เทคนิคต่อสู้กับบอสให้ผ่านง่ายขึ้นใน Assassin’s Creed Shadows ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีอาวุธระดับสูงหรือโจมตีแรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจจังหวะการโจมตี ระบบเกราะ การหลบ การปัดป้อง รวมถึงการเลือกตัวละครให้เหมาะกับบอสแต่ละประเภท ผู้เล่นที่อ่านท่าของศัตรูได้แม่นยำมักสามารถเอาชนะบอสที่มีระดับสูงกว่าได้ แม้ค่าอุปกรณ์จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
บอสและศัตรูระดับสูงในเกมมักมีพลังชีวิตมาก มีชุดโจมตีต่อเนื่อง และสามารถสร้างความเสียหายรุนแรงภายในเวลาไม่กี่วินาที หากผู้เล่นโจมตีโดยไม่สังเกตจังหวะ อาจถูกสวนกลับจนเสียพลังชีวิตเกือบทั้งหมด การต่อสู้จึงควรเริ่มจากการป้องกันและศึกษารูปแบบของบอส ก่อนเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกเมื่อเห็นช่องว่างที่ปลอดภัย
Naoe และ Yasuke มีรูปแบบการต่อสู้แตกต่างกันอย่างชัดเจน Naoe ใช้ความเร็ว การหลบ และเครื่องมือเพื่อสร้างโอกาสโจมตี ส่วน Yasuke มีพลังโจมตี การป้องกัน และความสามารถทำลายเกราะสูงกว่า Ubisoft อธิบายว่า Yasuke ถูกออกแบบมาให้ใช้ทักษะการโจมตี การบล็อก และการ Parry เพื่อควบคุมการต่อสู้ ขณะที่อาวุธแต่ละชนิดของตัวละครทั้งสองมี Mastery Tree และชุดคอมโบเฉพาะของตนเอง
ผู้เล่นที่ต้องการติดตามเทคนิคการเล่น การจัด Build และบทความเกมเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเกมและความบันเทิงให้เลือกติดตามอย่างต่อเนื่อง

ทำไมบอสใน Assassin’s Creed Shadows ถึงสู้ยาก
บอสไม่ได้ยากเพราะมีพลังชีวิตมากเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบให้ลงโทษผู้เล่นที่โจมตีแบบไม่มีแผน ศัตรูระดับสูงมักมีความสามารถหลายอย่างพร้อมกัน เช่น
- ชุดโจมตีต่อเนื่องหลายครั้ง
- การโจมตีที่ไม่สามารถ Parry ได้
- เกราะหรือค่าป้องกันสูง
- การเปลี่ยนจังหวะระหว่างคอมโบ
- การโจมตีเป็นวงกว้าง
- การพุ่งเข้าประชิด
- การสวนกลับหลังบล็อก
- ความสามารถสร้างสถานะผิดปกติ
- ลูกน้องหรือศัตรูเพิ่มเติมในสนาม
- พื้นที่ต่อสู้ที่จำกัด
ผู้เล่นที่ใช้วิธีกดโจมตีต่อเนื่องจะเสีย Stamina เปิดช่องให้บอสสวนกลับ และอาจไม่เหลือพลังสำหรับหลบเมื่อบอสเริ่มใช้ท่ารุนแรง
หลักสำคัญคืออย่าพยายามจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด แต่ควรทำให้ทุกครั้งที่เข้าโจมตีสร้างความเสียหายได้อย่างปลอดภัย
เตรียมตัวก่อนเริ่มต่อสู้
การเตรียมตัวที่ดีสามารถลดความยากของบอสได้มากกว่าการพยายามฝึกหลบเพียงอย่างเดียว ก่อนเริ่มภารกิจควรตรวจสอบองค์ประกอบต่อไปนี้
ตรวจระดับของตัวละครและบอส
หากบอสมีระดับสูงกว่ามาก ความเสียหายที่ผู้เล่นสร้างได้อาจต่ำเกินไป ขณะที่การโจมตีของบอสสร้างความเสียหายรุนแรงมาก
ไม่ได้หมายความว่าต้องมีระดับเท่ากันทุกครั้ง แต่หากโจมตีบอสหลายรอบแล้วยังลดพลังชีวิตได้น้อยมาก ควรถอยไปทำภารกิจรอง เก็บอุปกรณ์ หรือเพิ่ม Mastery Point ก่อนกลับมาใหม่
อัปเกรดอาวุธหลัก
อย่ากระจายทรัพยากรอัปเกรดไปยังอาวุธทุกชนิด ควรเลือกอาวุธหลักของ Naoe หรือ Yasuke อย่างน้อยหนึ่งชนิด แล้วพัฒนาให้ตามระดับตัวละคร
ค่าพลังของอาวุธมีผลโดยตรงต่อเวลาที่ต้องใช้ในการเอาชนะบอส หากอาวุธระดับต่ำเกินไป การต่อสู้จะยืดเยื้อและเพิ่มโอกาสผิดพลาด
ตรวจ Perk และ Engraving
อุปกรณ์ที่มีตัวเลขสูงที่สุดอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่เหมาะที่สุดกับบอส ควรเลือก Perk ที่สนับสนุนรูปแบบการต่อสู้ เช่น
- เพิ่มความเสียหายหลัง Perfect Parry
- เพิ่มความเสียหายหลัง Perfect Dodge
- เพิ่มความเสียหาย Heavy Attack
- เพิ่ม Adrenaline
- ลดความเสียหายขณะต่อสู้
- เพิ่มความเสียหายต่อเกราะ
- เพิ่มความเสียหายจาก Ability
- เพิ่ม Critical Chance
- เพิ่มความเสียหายเมื่อพลังชีวิตเต็ม
- ฟื้นพลังชีวิตหรือทรัพยากรตามเงื่อนไข
Build ที่มี Perk ทำงานร่วมกันจะมีประสิทธิภาพกว่าการใส่อุปกรณ์ระดับสูงแต่โบนัสไม่เชื่อมโยงกัน
เติมยาและเครื่องมือให้ครบ
ก่อนเข้าสนามบอสควรเติม
- Rations หรือยาฟื้นพลัง
- Kunai
- Shuriken
- Smoke Bomb
- กระสุนธนู
- กระสุน Teppo
- เครื่องมือสร้างสถานะ
อย่าเริ่มภารกิจสำคัญทั้งที่มีทรัพยากรเหลือเพียงครึ่งเดียว เพราะบอสบางตัวอาจไม่มีจุดให้เติมของระหว่างการต่อสู้
เลือก Naoe หรือ Yasuke สู้บอสดีกว่ากัน
ไม่มีตัวละครใดดีที่สุดสำหรับบอสทุกตัว การเลือกควรขึ้นอยู่กับพื้นที่ อาวุธของบอส และความถนัดของผู้เล่น
จุดเด่นของ Yasuke ในการสู้บอส
Yasuke เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการต่อสู้ตรงหน้าและรับความเสียหายได้มากกว่า จุดแข็งสำคัญ ได้แก่
- พลังชีวิตและความทนทานสูง
- บล็อกการโจมตีได้ดี
- Parry แล้วเปิดช่องสวนกลับได้ชัดเจน
- อาวุธหนักทำลายเกราะได้รวดเร็ว
- รับมือศัตรูหลายคนได้ดี
- โจมตีบอสที่มีเกราะหนักได้มีประสิทธิภาพ
- ใช้ธนูหรือ Teppo ลดพลังชีวิตจากระยะไกล
- มี Ability ที่เน้นควบคุมและสร้างความเสียหายสูง
Ubisoft ระบุว่าเมื่อ Yasuke ทำ Parry สำเร็จ ศัตรูจะถูกผลักออกและเปิดช่องให้สวนกลับ กลไกนี้ทำให้เขาเหมาะกับการรอรับการโจมตีแล้วตอบโต้ด้วยคอมโบหนัก
บอสที่เหมาะกับ Yasuke
- ซามูไรเกราะหนัก
- บอสที่ใช้ดาบและโจมตีตรงไปตรงมา
- ศัตรูที่บังคับให้สู้ในพื้นที่แคบ
- บอสที่มีเกราะหรือ Guard สูง
- การต่อสู้ที่มีลูกน้องจำนวนมาก
- บอสที่ไม่เปิดโอกาสให้ลอบสังหาร
- ศัตรูที่ต้องใช้พลังโจมตีหนักทำลายแนวป้องกัน
จุดเด่นของ Naoe ในการสู้บอส
Naoe เหมาะกับการเคลื่อนที่เร็ว หลบหลีก และโจมตีเป็นช่วงสั้น ๆ จุดแข็งของเธอ ได้แก่
- ความคล่องตัวสูง
- หลบออกจากคอมโบได้รวดเร็ว
- ใช้เครื่องมือรบกวนบอส
- สร้างสถานะผิดปกติได้ดี
- เข้าและออกจากระยะโจมตีง่าย
- เหมาะกับการโจมตีบอสที่เคลื่อนที่ช้า
- ใช้ Kusarigama ควบคุมระยะ
- ใช้ Tanto หรือ Katana ทำคอมโบรวดเร็ว
- ใช้ Smoke Bomb รีเซ็ตสถานการณ์
- สามารถลอบลดพลังชีวิตก่อนเริ่มการต่อสู้ในบางสถานการณ์
Ubisoft ยกตัวอย่าง Build ของ Naoe ที่ใช้การพุ่ง สไลด์ การล้มศัตรู และการโจมตีเป้าหมายที่อยู่บนพื้น เพื่อสร้างรูปแบบการต่อสู้แบบเข้าเร็วและถอยเร็ว แสดงให้เห็นว่าเธอเหมาะกับการควบคุมจังหวะมากกว่าการยืนแลกการโจมตี
บอสที่เหมาะกับ Naoe
- บอสที่โจมตีช้าแต่รุนแรง
- ศัตรูที่มีช่องว่างหลังจบคอมโบ
- บอสที่แพ้สถานะผิดปกติ
- ศัตรูที่สามารถโจมตีจากด้านหลังได้
- การต่อสู้ในพื้นที่กว้าง
- บอสที่สามารถลดพลังชีวิตด้วย Assassination ก่อนเริ่มสู้
- ศัตรูที่ต้องอาศัยความเร็วในการหลบมากกว่าการบล็อก
เรียนรู้สีและสัญญาณของการโจมตี
การสังเกตสัญญาณก่อนบอสโจมตีเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ผู้เล่นไม่ควรมองเฉพาะอาวุธ แต่ควรสังเกตแสง สี ท่าทาง และระยะเวลาที่บอสชาร์จการโจมตีด้วย
โดยทั่วไป ผู้เล่นควรแยกการโจมตีออกเป็นสามประเภท
การโจมตีที่สามารถป้องกันหรือบล็อกได้
การโจมตีทั่วไปมักรับมือได้ด้วยการบล็อก แต่การบล็อกต่อเนื่องอาจลด Stamina หรือเปิด Guard ของผู้เล่น
ควรใช้บล็อกกับการโจมตีที่มาเร็วและยังไม่มั่นใจจังหวะ Parry แต่ไม่ควรยืนบล็อกตลอดเวลา เพราะบอสบางตัวมีท่าทำลายการป้องกัน
การโจมตีที่เหมาะกับการ Parry
การโจมตีบางประเภทเปิดโอกาสให้ปัดป้อง หากกดถูกจังหวะจะทำให้บอสเสียสมดุลหรือเกิดช่องว่างสำหรับสวนกลับ
อย่ากด Parry ทันทีเมื่อเห็นบอสยกอาวุธ ควรรอจนการโจมตีกำลังจะสัมผัสตัวละคร การกดเร็วเกินไปเป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุด
การโจมตีที่ต้องหลบ
เมื่อเห็นสัญญาณของท่าที่ไม่สามารถ Parry หรือบล็อกได้ ควร Dodge ออกจากแนวโจมตีทันที
อย่าหลบถอยหลังเสมอ เพราะการโจมตีบางชนิดมีระยะพุ่งยาวและสามารถตามทัน ควรหลบไปด้านข้างหรือผ่านข้างตัวบอสเพื่อไปอยู่ด้านหลัง
Parry อย่างไรให้แม่นขึ้น
Parry เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ไม่จำเป็นต้องพยายาม Parry ทุกการโจมตี ผู้เล่นควรเลือกเฉพาะท่าที่อ่านง่ายและมีจังหวะคงที่
ดูการเคลื่อนที่ของไหล่และสะโพก
อย่ามองเฉพาะปลายอาวุธ เพราะอาวุธบางชนิดเคลื่อนที่เร็วมาก ให้มองไหล่ แขน และสะโพกของบอสแทน เมื่อร่างกายเริ่มหมุนหรือถ่ายน้ำหนัก หมายความว่าการโจมตีกำลังจะออก
ฝึกกับการโจมตีแรกของคอมโบ
อย่าเริ่มฝึกจากท่าปิดคอมโบที่รวดเร็ว ให้ฝึก Parry การโจมตีแรกซึ่งมักอ่านง่ายกว่า เมื่อมั่นใจแล้วจึงค่อยทดลอง Parry การโจมตีต่อเนื่อง
อย่ากดซ้ำหลายครั้ง
การกด Parry รัวอาจทำให้ตัวละครเข้าสู่แอนิเมชันผิดจังหวะ ควรกดครั้งเดียวอย่างมีจังหวะ และเตรียมเปลี่ยนเป็น Dodge หากพลาด
สวนกลับเพียงหนึ่งถึงสองครั้ง
หลัง Parry สำเร็จอย่ารีบใช้คอมโบยาวเสมอ บอสบางตัวฟื้นตัวเร็ว ควรโจมตีหนึ่งถึงสองครั้งแล้วกลับเข้าสู่ท่าป้องกัน
ใช้อาวุธที่คุ้นเคย
อาวุธแต่ละประเภทมีจังหวะการโจมตีและระยะฟื้นตัวแตกต่างกัน หากต้องการฝึก Parry ควรใช้อาวุธที่คุ้นเคยแทนการเปลี่ยนชนิดก่อนเจอบอสทันที
Dodge อย่างไรไม่ให้ถูกโจมตีตาม
การหลบผิดทิศทางทำให้ผู้เล่นโดนท่าต่อเนื่อง แม้จะหลบการโจมตีแรกสำเร็จก็ตาม
หลบเข้าด้านข้างของบอส
เมื่อบอสใช้การโจมตีแนวตรงหรือพุ่งเข้าหา ให้ Dodge เฉียงผ่านด้านข้างแทนการถอยหลัง วิธีนี้ช่วยให้หลุดจากแนวอาวุธและสร้างโอกาสไปอยู่ด้านหลัง
อย่าหลบเร็วเกินไป
บอสหลายตัวมีท่าหน่วงเวลา ยกอาวุธค้างไว้ก่อนฟัน หากผู้เล่นหลบทันที บอสอาจปรับทิศทางแล้วโจมตีตามได้
ควรรอดูช่วงที่อาวุธเริ่มเคลื่อนจริงจึงค่อยหลบ
เก็บ Stamina ไว้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
อย่าใช้ Stamina หมดกับการโจมตี เพราะเมื่อบอสสวนกลับจะไม่มีทรัพยากรเหลือสำหรับ Dodge ควรจบคอมโบก่อน Stamina หมดเสมอ
หลบออกจากพื้นที่อันตราย
หากบอสสร้างไฟ พิษ หรือพื้นที่ทำความเสียหายบนพื้น อย่าพยายามต่อสู้ต่อในบริเวณนั้น ควรถอยออกมาแล้วบังคับให้บอสเดินตาม
ศึกษาคอมโบของบอสก่อนโจมตีจริง
ในช่วงแรกของการต่อสู้ควรใช้เวลาอ่านท่าบอสประมาณหนึ่งถึงสองรอบ โดยยังไม่ต้องพยายามทำความเสียหายสูงสุด
ให้สังเกตว่า
- คอมโบหนึ่งชุดมีกี่ครั้ง
- ท่าใดเป็นท่าปิดคอมโบ
- หลังท่าใดบอสหยุดนานที่สุด
- ท่าใดสามารถ Parry ได้
- ท่าใดต้อง Dodge
- บอสเปลี่ยนท่าเมื่อพลังชีวิตลดลงหรือไม่
- บอสมีการโจมตีสวนหลังถูกโจมตีกี่ครั้ง
- ระยะปลอดภัยอยู่ตรงไหน
ผู้เล่นควรโจมตีหลังท่าปิดคอมโบ ไม่ใช่เข้าโจมตีระหว่างที่บอสยังสามารถต่อชุดได้
ใช้หลักโจมตีสั้นแล้วถอย
การโจมตีบอสอย่างปลอดภัยควรใช้รูปแบบ
- รอให้บอสออกท่า
- หลบหรือ Parry
- โจมตีหนึ่งถึงสามครั้ง
- ใช้ Ability หากมีช่องว่าง
- ถอยออกจากระยะ
- รอฟื้น Stamina
- เริ่มรอบใหม่
อย่าพยายามกดคอมโบจนจบทุกครั้ง เพราะแอนิเมชันการโจมตีช่วงท้ายอาจยาวจนไม่สามารถยกเลิกเพื่อหลบได้
จำนวนครั้งที่ปลอดภัยขึ้นอยู่กับอาวุธ
- อาวุธเร็วอาจโจมตีได้สองถึงสี่ครั้ง
- Katana มักเหมาะกับคอมโบสั้น
- Kanabo ควรโจมตีหนึ่งหรือสองครั้ง
- Naginata ต้องใช้ระยะห่างให้เป็นประโยชน์
- Kusarigama เหมาะกับการควบคุมระยะ
- Tanto เหมาะกับการเข้าเร็วและถอยเร็ว
ทำลายเกราะและ Guard ก่อนเน้นพลังชีวิต
บอสเกราะหนักอาจรับความเสียหายจากการโจมตีทั่วไปได้น้อย ผู้เล่นควรเน้นทำลายเกราะหรือแนวป้องกันก่อน
วิธีเพิ่มแรงกดดันต่อ Guard ได้แก่
- ใช้ Heavy Attack
- ใช้อาวุธหนัก
- Parry แล้วสวนกลับ
- ใช้ Ability ที่สร้าง Posture Damage
- โจมตีต่อเนื่องเฉพาะช่วงที่ปลอดภัย
- ใช้ธาตุหรือสถานะที่บอสแพ้
- โจมตีจากด้านหลัง
- ใช้ Perk เพิ่มความเสียหายต่อเกราะ
เมื่อ Guard แตก บอสจะเปิดช่องให้โจมตีชุดใหญ่ อย่าใช้ Ability แรงที่สุดก่อนที่เกราะจะแตก หากความเสียหายส่วนใหญ่ถูกลดทอน ควรเก็บไว้ใช้ในช่วงที่บอสเสียสมดุล
บริหาร Adrenaline อย่างมีแผน
Ability ที่ใช้ Adrenaline สามารถเปลี่ยนการต่อสู้ได้ แต่ผู้เล่นไม่ควรใช้ทันทีที่เกจพร้อม
ควรเก็บ Ability ไว้สำหรับ
- ช่วงที่บอส Guard แตก
- หยุดท่ารุนแรง
- ทำลายเกราะช่วงสุดท้าย
- ปิดการต่อสู้เมื่อบอสพลังชีวิตต่ำ
- จัดการลูกน้องที่เข้ามารบกวน
- สร้างระยะห่างเมื่อถูกกดดัน
- ฟื้นจังหวะหลังพลาด Parry
ควรมี Ability อย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ช่วยควบคุมสถานการณ์ ไม่ใช่เลือกเฉพาะท่าสร้างความเสียหายทั้งหมด
ใช้อาวุธระยะไกลก่อนเข้าประชิด
หากสนามเปิดโอกาส ผู้เล่นสามารถลดพลังชีวิตหรือเกราะของบอสก่อนเข้าต่อสู้ระยะประชิด
Bow
เหมาะกับการโจมตีจุดอ่อน จัดการลูกน้อง และกดดันบอสจากระยะปลอดภัย
Teppo
สร้างความเสียหายสูงและอาจทำให้ศัตรูเสียจังหวะ แต่ต้องคำนึงถึงเวลาในการเล็งและบรรจุกระสุน
Kunai
เหมาะกับ Naoe สำหรับสร้างความเสียหายอย่างรวดเร็วหรือปิดงานเมื่อบอสเหลือพลังชีวิตไม่มาก
Shuriken
ใช้รบกวนหรือเพิ่มสถานะตาม Build ได้ดี แต่ไม่ควรยืนขว้างต่อเนื่องขณะบอสกำลังพุ่งเข้าหา
อย่าพึ่งอาวุธระยะไกลตลอดการต่อสู้ เพราะกระสุนมีจำกัด ควรใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในช่วงเริ่มต้นหรือจัดการช่วงที่อันตราย
ใช้สถานะผิดปกติกับบอส
Build ที่เน้นสถานะสามารถช่วยลดความยาก โดยเฉพาะเมื่อบอสมีพลังชีวิตสูง
สถานะที่อาจมีประโยชน์ ได้แก่
- Bleed
- Poison
- Burn
- Daze
- Knockdown
- Affliction Buildup
ข้อดีของสถานะคือสามารถสร้างความเสียหายหรือผลกระทบต่อเนื่อง แม้ผู้เล่นกำลังถอยเพื่อฟื้น Stamina
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสมมติว่าบอสทุกตัวแพ้สถานะเดียวกัน ควรทดลองในช่วงแรก หากเกจสถานะเพิ่มช้ามาก ให้เปลี่ยนไปเน้นความเสียหายตรงหรือทำลายเกราะแทน
อย่าปล่อยให้บอสต้อนเข้ามุม
การรักษาตำแหน่งในสนามสำคัญไม่แพ้การหลบ หากถูกต้อนเข้ากำแพง กล้องอาจมองเห็นไม่ชัดและไม่มีพื้นที่สำหรับ Dodge
ควรเคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบสนาม และรักษาพื้นที่ว่างด้านหลังตัวละครเสมอ
หลักการง่าย ๆ คือ
- อย่ายืนชิดกำแพง
- อย่าต่อสู้ใกล้ขอบหน้าผา
- อย่าอยู่ระหว่างบอสกับสิ่งกีดขวาง
- เคลียร์ลูกน้องก่อนถูกล้อม
- ใช้ Smoke Bomb เมื่อต้องการเปลี่ยนตำแหน่ง
- ลากบอสออกจากพื้นที่แคบ
- หมุนกล้องตรวจด้านหลังเป็นระยะ
หากกล้องเริ่มติดวัตถุ ควรหยุดโจมตีแล้วรีบย้ายตำแหน่งก่อน
จัดการลูกน้องก่อนหรือบอสก่อน
บอสบางตัวต่อสู้พร้อมศัตรูทั่วไป หากปล่อยลูกน้องไว้ ผู้เล่นอาจถูกโจมตีจากด้านหลังขณะกำลังอ่านท่าบอส
ควรกำจัดลูกน้องก่อนเมื่อ
- มีพลธนู
- มีศัตรูใช้ Teppo
- มีศัตรูที่สามารถแจ้งเตือน
- ลูกน้องสร้างสถานะผิดปกติ
- สนามมีพื้นที่เพียงพอให้วิ่งวน
- บอสเคลื่อนที่ช้า
- สามารถใช้ Ability กวาดศัตรูได้
ควรโจมตีบอสก่อนเมื่อ
- ลูกน้องเกิดใหม่เรื่อย ๆ
- บอสเหลือพลังชีวิตน้อย
- การกำจัดบอสทำให้การต่อสู้จบ
- ลูกน้องสามารถหลบเลี่ยงได้
- บอสมีท่าบัฟหรือเรียกศัตรูเพิ่ม
- มีโอกาสโจมตีบอสจากการลอบเร้นก่อนเริ่มสู้
หากต้องจัดการลูกน้อง ให้เคลื่อนออกจากบอสและกำจัดศัตรูที่อ่อนแอที่สุดก่อน อย่าพยายามโจมตีทุกคนพร้อมกันโดยไม่มี Ability ควบคุมพื้นที่
ใช้ Smoke Bomb ช่วยสู้บอสอย่างไร
Smoke Bomb ไม่ได้มีไว้สำหรับ Stealth เท่านั้น แต่ช่วยแก้สถานการณ์ระหว่างการต่อสู้ได้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้ Naoe
สามารถใช้เพื่อ
- ตัดการมองเห็นของลูกน้อง
- เปิดโอกาสโจมตีบอส
- ฟื้นจังหวะเมื่อถูกล้อม
- เปลี่ยนตำแหน่ง
- รักษาระยะห่าง
- ใช้ยาฟื้นพลังอย่างปลอดภัย
- สร้างโอกาสโจมตีจากด้านหลัง
- ถอนตัวออกจากพื้นที่อันตราย
หน้าเกมอย่างเป็นทางการระบุว่า Naoe สามารถใช้ Kunai, Shuriken และ Smoke Bomb เพื่อควบคุมหรือเบี่ยงเบนศัตรู เครื่องมือเหล่านี้จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ระหว่างการต่อสู้ได้เช่นกัน
อย่าใช้ Smoke Bomb ทั้งหมดในช่วงต้น ควรเหลืออย่างน้อยหนึ่งชิ้นสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ฟื้นพลังชีวิตในจังหวะใดปลอดภัยที่สุด
การใช้ยาผิดจังหวะอาจทำให้ถูกบอสโจมตีระหว่างแอนิเมชัน ควรฟื้นพลังเมื่อ
- บอสเพิ่งจบคอมโบยาว
- บอสอยู่ไกล
- บอสเสียสมดุล
- มีสิ่งกีดขวางคั่น
- ใช้ Smoke Bomb แล้ว
- บอสกำลังเปลี่ยน Phase
- บอสกำลังจัดการกับ Ally
- ผู้เล่นหลบออกจากแนวโจมตีสำเร็จ
อย่ารอจนพลังชีวิตเหลือน้อยมากเสมอ หากรู้ว่าการโจมตีหนึ่งครั้งของบอสสามารถทำให้ตายได้ ควรฟื้นให้พ้นระดับอันตรายก่อน
ใช้ Ally ช่วยต่อสู้เมื่อเหมาะสม
หลังปลดล็อกและพัฒนา Dojo ผู้เล่นสามารถใช้ Ally สนับสนุนในบางสถานการณ์ ความสามารถของ Ally อาจช่วยสร้างความเสียหาย ดึงความสนใจ หรือเปิดช่องให้ผู้เล่นโจมตี
ควรเรียก Ally เมื่อ
- ต้องการเบี่ยงความสนใจของบอส
- ถูกลูกน้องล้อม
- บอส Guard ใกล้แตก
- ต้องการเวลาฟื้นพลัง
- ต้องการเปิดคอมโบ Ability
- บอสเข้าสู่ Phase ที่อันตราย
อย่าเรียก Ally ทันทีโดยไม่มีแผน ควรใช้ในช่วงที่สามารถสร้างความได้เปรียบสูงสุด เช่น เมื่อบอสกำลังจะเสียสมดุลหรือผู้เล่นต้องการเปลี่ยนตำแหน่ง
อัป Mastery Tree ให้ตรงอาวุธ
ระบบ Mastery Tree ช่วยเพิ่มคอมโบ Ability และ Passive ของอาวุธแต่ละชนิด Ubisoft ระบุว่าแต่ละ Weapon Tree สามารถปลดล็อกคอมโบใหม่ เพิ่ม Adrenaline และยกระดับความสามารถของอาวุธได้ ขณะที่สาย Samurai ของ Yasuke และสาย Shinobi หรือ Assassin ของ Naoe จะช่วยสนับสนุนเอกลักษณ์ของตัวละคร
หากต้องการสู้บอสง่ายขึ้น ควรลงทุนใน
- อาวุธหลักหนึ่งชนิด
- Passive เพิ่มความเสียหาย
- Ability ทำลาย Guard
- Ability ควบคุมศัตรู
- ความสามารถเพิ่ม Adrenaline
- สกิลลดความเสียหาย
- สกิลเพิ่มประสิทธิภาพ Parry หรือ Dodge
- สกิลฟื้นทรัพยากรตามเงื่อนไข
ไม่ควรกระจาย Mastery Point ไปยังอาวุธห้าหรือหกชนิดตั้งแต่ต้น เพราะจะทำให้ทุกสายอ่อนกว่าที่ควร
ระหว่างจัด Build และเลือกอาวุธ ผู้เล่นสามารถติดตามแนวทางเกมเพิ่มเติมผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อศึกษาเทคนิคและวิธีพัฒนาตัวละครให้เหมาะกับรูปแบบการเล่นของตนเอง
อาวุธของ Yasuke แบบไหนเหมาะกับบอส
Long Katana
เป็นอาวุธสมดุล เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการโจมตีเร็วพอสมควรและยังรักษาความคล่องตัว
จุดเด่นคือ
- คอมโบเข้าใจง่าย
- ระยะโจมตีเหมาะสม
- สวนกลับหลัง Parry ได้ดี
- ใช้ได้กับบอสหลายประเภท
- ไม่เสียจังหวะมากเท่าอาวุธหนัก
Kanabo
เหมาะกับบอสเกราะหนักและผู้เล่นที่ชอบโจมตีแรง
จุดเด่นคือ
- ทำลาย Guard สูง
- Heavy Attack รุนแรง
- ทำให้ศัตรูเสียสมดุลได้ดี
- เหมาะกับช่วงที่บอสเปิดช่อง
ข้อเสียคือแอนิเมชันช้า หากโจมตีผิดจังหวะอาจถูกสวนกลับง่าย
Naginata
เหมาะกับการควบคุมระยะและบอสที่มีลูกน้อง
จุดเด่นคือ
- ระยะโจมตีกว้าง
- ควบคุมพื้นที่ดี
- โจมตีศัตรูหลายคน
- รักษาระยะจากบอสได้ง่าย
Bow
ใช้ลดพลังชีวิตก่อนเข้าประชิดหรือกำจัดลูกน้องจากระยะไกล
Teppo
เหมาะกับการสร้างความเสียหายรุนแรงในจังหวะที่บอสเสียสมดุล แต่ต้องระวังเวลาเตรียมยิง
อาวุธของ Naoe แบบไหนเหมาะกับบอส
Katana
เป็นตัวเลือกสมดุลสำหรับ Naoe มีความเร็วและความเสียหายเหมาะกับการโจมตีสั้นแล้วถอย
Tanto
เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบเข้าใกล้บอส ใช้คอมโบรวดเร็ว และอาศัย Perfect Dodge สร้างช่องโจมตี
Kusarigama
ช่วยควบคุมระยะและรับมือกับลูกน้องได้ดี เหมาะกับสนามที่มีพื้นที่กว้าง แต่ต้องระวังแอนิเมชันโจมตีบางท่าที่ใช้เวลานาน
เครื่องมือ Shinobi
Kunai, Shuriken และ Smoke Bomb ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น โดยเฉพาะบอสที่มีจังหวะพุ่งหรือเรียกลูกน้อง
รับมือบอสที่โจมตีเร็ว
บอสที่โจมตีเร็วไม่เปิดโอกาสให้ใช้ Heavy Attack ง่าย ผู้เล่นควรเน้น
- บล็อกการโจมตีแรก
- Parry เฉพาะท่าที่จำได้
- Dodge ออกจากคอมโบยาว
- ใช้อาวุธเร็ว
- โจมตีเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง
- ไม่ใช้ Ability ที่มีแอนิเมชันยาว
- รักษาระยะกลาง
- รอท่าปิดคอมโบ
- ใช้สถานะสร้างความเสียหายต่อเนื่อง
อย่าพยายามแข่งขันความเร็วกับบอส ควรปล่อยให้บอสโจมตีก่อนแล้วลงโทษช่วงฟื้นตัว
รับมือบอสที่โจมตีหนัก
บอสอาวุธหนักมักมีการโจมตีช้าแต่สร้างความเสียหายรุนแรง จุดอ่อนคือมีช่องว่างหลังจบท่า
แนวทางคือ
- อย่าบล็อกท่าหนักทุกครั้ง
- หลบไปด้านข้าง
- ระวังท่าหน่วงเวลา
- เข้าโจมตีด้านหลัง
- ใช้คอมโบสั้น
- ถอยก่อนบอสเริ่มหมุนตัว
- ใช้ Ability หลังบอสพลาด
- รักษา Stamina ให้เพียงพอ
บอสประเภทนี้เหมาะกับ Naoe เพราะสามารถเข้าออกระยะได้รวดเร็ว แต่ Yasuke ก็สามารถใช้ Parry หรืออาวุธหนักแลกกับ Guard ของบอสได้ดีหากผู้เล่นอ่านจังหวะแม่น
รับมือบอสที่ใช้ธนูหรือปืน
ศัตรูระยะไกลสามารถสร้างความเสียหายก่อนผู้เล่นเข้าใกล้ ควรใช้สิ่งกีดขวางและเคลื่อนที่แบบเฉียง
เทคนิคสำคัญคือ
- อย่าวิ่งตรงเข้าหา
- ใช้เสาหรือกำแพงบัง
- เปลี่ยนทิศทางเป็นระยะ
- Dodge เมื่อเห็นจังหวะปล่อยกระสุน
- ใช้อาวุธระยะไกลยิงสวน
- เข้าใกล้ให้เร็วเมื่อบอสกำลังบรรจุกระสุน
- กดดันไม่ให้บอสสร้างระยะใหม่
- ระวังลูกน้องระหว่างไล่ตาม
เมื่อเข้าใกล้สำเร็จ ควรรักษาระยะประชิดเพื่อบังคับให้บอสเปลี่ยนไปใช้อาวุธรอง
รับมือบอสที่มีหลาย Phase
เมื่อพลังชีวิตลดลง บอสบางตัวอาจเปลี่ยนชุดท่า เพิ่มความเร็ว หรือใช้ Ability ใหม่
ไม่ควรคิดว่าท่าที่เรียนรู้ในช่วงแรกจะเหมือนเดิมตลอดการต่อสู้
เมื่อเข้าสู่ Phase ใหม่ควร
- หยุดโจมตีชั่วคราว
- สร้างระยะห่าง
- สังเกตท่าใหม่หนึ่งรอบ
- ตรวจว่าคอมโบยาวขึ้นหรือไม่
- ดูว่ามีพื้นที่อันตรายเพิ่มขึ้นหรือไม่
- รักษาทรัพยากรสำรอง
- ใช้ Ability เมื่อเห็นช่องชัดเจน
ผู้เล่นมักพลาดเพราะเห็นบอสเหลือพลังชีวิตน้อยแล้วรีบโจมตี จนถูกท่าใหม่สวนกลับและเสียชีวิต
เมื่อบอสเหลือพลังชีวิตน้อยควรทำอย่างไร
ช่วงท้ายเป็นช่วงที่ต้องเล่นอย่างมีวินัยที่สุด อย่าเปลี่ยนแผนเพียงเพราะบอสใกล้ตาย
ควรทำเหมือนเดิมคือ
- รอให้บอสออกท่า
- หลบหรือ Parry
- โจมตีตามช่องว่าง
- ไม่ใช้คอมโบยาวเกินไป
- ใช้อาวุธระยะไกลปิดงานเมื่อปลอดภัย
- เก็บยาฟื้นพลังไว้ใช้หากจำเป็น
- อย่าแลกการโจมตีโดยไม่จำเป็น
บอสที่เหลือพลังชีวิตเพียงเล็กน้อยยังสามารถเอาชนะผู้เล่นได้ หากผู้เล่นเสียความอดทนและเข้าโจมตีผิดจังหวะ
ควรลดระดับความยากหรือไม่
การปรับระดับความยากไม่ใช่เรื่องผิด หากการต่อสู้ขัดขวางความสนุก ผู้เล่นสามารถปรับค่าความยากจากเมนู Gameplay ได้ Ubisoft ยังคงมีระบบตั้งค่าความยากและตัวเลือกช่วยเหลือการสำรวจในเวอร์ชันปัจจุบันของเกม
การลดความยากเหมาะเมื่อ
- บอสสร้างความเสียหายสูงเกินไป
- ผู้เล่นต้องการติดตามเนื้อเรื่อง
- ยังไม่คุ้นกับระบบ Parry
- มีข้อจำกัดด้านการควบคุม
- ไม่ต้องการกลับไปฟาร์มอุปกรณ์
- การต่อสู้ใช้เวลานานเกินความสนุก
สามารถลดความยากเพื่อผ่านบอส แล้วปรับกลับภายหลังได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ฝีมือกับเกมจนเกิดความเครียด
ทำอย่างไรเมื่อสู้หลายครั้งแล้วยังไม่ผ่าน
หากแพ้ซ้ำ ควรหยุดลองด้วยวิธีเดิมแล้ววิเคราะห์สาเหตุ
ตายเพราะบอสโจมตีแรงเกินไป
แก้ด้วยการเพิ่มระดับ อัปเกรดเกราะ เลือก Perk ลดความเสียหาย และฟื้นพลังให้เร็วขึ้น
ตายเพราะ Stamina หมด
ลดจำนวนการโจมตีต่อรอบ หยุดใช้ Heavy Attack ต่อเนื่อง และเก็บพลังสำหรับ Dodge
ตายเพราะ Parry ไม่ทัน
เปลี่ยนไปใช้ Dodge กับท่าที่ยังอ่านไม่ออก แล้วฝึก Parry เฉพาะท่าที่ชัดเจน
ตายเพราะลูกน้อง
ใช้ Ability แบบวงกว้าง กำจัดพลธนูก่อน หรือเปลี่ยนมาใช้ Yasuke
สร้างความเสียหายน้อยเกินไป
อัปเกรดอาวุธ ตรวจ Perk ลง Mastery Point ให้ตรงสาย และทำลาย Guard ก่อนใช้ Ability
ใช้ยาฟื้นไม่ทัน
ฟื้นหลังบอสจบคอมโบ ใช้ Smoke Bomb หรือสร้างระยะห่างก่อน
ถูกต้อนเข้ามุม
เลิกล็อกเป้าหมายชั่วคราวแล้ววิ่งออกสู่พื้นที่เปิด จากนั้นจัดตำแหน่งใหม่
สูตรต่อสู้กับบอสแบบง่าย
สามารถจำสูตรสั้น ๆ ว่า “ดู–หลบ–สวน–ถอย–ทำซ้ำ”
ดู
สังเกตท่าบอสและอย่าเป็นฝ่ายเริ่มคอมโบยาวก่อน
หลบ
เลือก Parry เมื่อมั่นใจ และใช้ Dodge กับการโจมตีที่อันตรายหรืออ่านยาก
สวน
โจมตีเฉพาะช่วงที่บอสจบคอมโบหรือเสียสมดุล
ถอย
หยุดโจมตีก่อน Stamina หมด และกลับเข้าสู่ระยะปลอดภัย
ทำซ้ำ
รักษาจังหวะเดิมจนบอสพลังชีวิตหมด ไม่เร่งรีบช่วงท้าย
สูตรนี้อาจดูช้า แต่มีความสม่ำเสมอและใช้ได้กับบอสเกือบทุกประเภท
ตารางสรุปวิธีรับมือบอสแต่ละรูปแบบ
| รูปแบบบอส | ตัวละครที่เหมาะ | วิธีรับมือ |
|---|---|---|
| เกราะหนัก | Yasuke | ใช้ Heavy Attack และทำลาย Guard |
| โจมตีเร็ว | Naoe หรือ Yasuke | บล็อกสลับ Dodge และใช้คอมโบสั้น |
| โจมตีช้าแต่แรง | Naoe | หลบด้านข้างแล้วโจมตีด้านหลัง |
| มีลูกน้องจำนวนมาก | Yasuke | ใช้อาวุธวงกว้างและ Ability ควบคุมพื้นที่ |
| ใช้ธนูหรือ Teppo | ทั้งสอง | ใช้สิ่งกีดขวางและรีบปิดระยะ |
| มีหลาย Phase | ทั้งสอง | หยุดอ่านท่าใหม่เมื่อ Phase เปลี่ยน |
| Guard สูง | Yasuke | Parry และใช้อาวุธหนัก |
| เคลื่อนที่เร็ว | Naoe | ใช้อาวุธเร็ว เครื่องมือ และรักษาระยะ |
| สร้างสถานะผิดปกติ | ทั้งสอง | หลบพื้นที่อันตรายและเปลี่ยน Gear |
| ระดับสูงกว่ามาก | ทั้งสอง | เพิ่มระดับ อัป Forge และปรับ Build |
ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมักทำเมื่อต่อสู้กับบอส
กดโจมตีไม่หยุด
ทำให้ Stamina หมดและไม่สามารถ Dodge การโจมตีสวนได้
พยายาม Parry ทุกท่า
บางการโจมตีควรหลบ และบางท่ามีจังหวะหน่วงที่หลอกให้กดเร็วเกินไป
ใช้ Ability ทันทีที่พร้อม
ทำให้ไม่มี Ability เหลือใช้เมื่อ Guard ของบอสแตกหรือเมื่อเข้าสู่ Phase อันตราย
ไม่อัปเกรดอาวุธ
ทำให้การต่อสู้ยืดเยื้อ แม้ผู้เล่นอ่านท่าได้ถูกต้อง
สนใจเฉพาะระดับอุปกรณ์
มองข้าม Perk และ Engraving ที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพ Build ได้มากกว่า
ไม่กำจัดพลธนูหรือลูกน้อง
ทำให้ถูกโจมตีจากด้านหลังขณะรับมือบอส
ถอยหลังอย่างเดียว
บอสบางตัวมีท่าพุ่งที่ตามทัน ควรหลบด้านข้างหรือผ่านตัวบอส
ฟื้นพลังกลางคอมโบ
บอสสามารถโจมตีต่อและขัดจังหวะการใช้ยาได้
รีบปิดงานเมื่อบอสใกล้ตาย
ทำลายจังหวะที่ใช้มาตลอดและอาจถูกคอมโบชุดสุดท้ายสังหาร
ไม่เปลี่ยนกลยุทธ์หลังแพ้
การลองด้วย Build และวิธีเดิมซ้ำ ๆ มักให้ผลเหมือนเดิม ควรเปลี่ยนอาวุธ Perk หรือแนวทางป้องกัน
Checklist ก่อนเข้าต่อสู้กับบอส
ก่อนเริ่มควรตรวจให้ครบว่า
- ระดับตัวละครไม่ต่ำเกินไป
- อาวุธหลักได้รับการอัปเกรด
- เกราะมี Perk ที่ใช้งานได้จริง
- Mastery Point ลงในสายอาวุธหลัก
- Rations เต็ม
- เครื่องมือหรือกระสุนพร้อม
- เลือก Naoe หรือ Yasuke เหมาะกับบอส
- มี Ability ทำลาย Guard
- มี Ability สำหรับหนีหรือควบคุมพื้นที่
- เข้าใจวิธี Parry และ Dodge
- สนามไม่มีลูกน้องที่สามารถลอบกำจัดก่อน
- มีพื้นที่ให้เคลื่อนที่เพียงพอ
หากเตรียมครบแล้ว ความยากของการต่อสู้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
บทสรุป
เทคนิคต่อสู้กับบอสให้ผ่านง่ายขึ้นใน Assassin’s Creed Shadows เริ่มจากการเตรียม Build ให้พร้อม เลือกตัวละครตรงกับรูปแบบของศัตรู และอ่านจังหวะมากกว่าการโจมตีอย่างต่อเนื่อง Yasuke เหมาะกับบอสเกราะหนักและการต่อสู้ตรงหน้า เพราะสามารถบล็อก Parry และทำลาย Guard ได้ดี ส่วน Naoe เหมาะกับบอสที่โจมตีช้า พื้นที่กว้าง และสถานการณ์ที่ใช้ความคล่องตัวหรือเครื่องมือสร้างความได้เปรียบ
ช่วงแรกของการต่อสู้ควรใช้เพื่อศึกษาคอมโบ ดูว่าบอสโจมตีกี่ครั้ง ท่าใดสามารถ Parry และท่าใดต้อง Dodge เมื่อพบช่องว่างให้โจมตีเพียงช่วงสั้นแล้วถอย อย่าใช้ Stamina หมดหรือพยายามกดคอมโบจนจบทุกครั้ง
สำหรับบอสที่มีเกราะ ควรเน้นทำลาย Guard ก่อนใช้ Ability รุนแรง บริหาร Adrenaline ให้มีท่าสำรองสำหรับ Phase อันตราย และใช้ Bow, Teppo, Kunai หรือสถานะผิดปกติเพื่อสร้างความได้เปรียบจากระยะไกล
การรักษาตำแหน่งในสนามก็สำคัญ ไม่ควรปล่อยให้บอสต้อนเข้ามุม หากมีลูกน้องให้กำจัดศัตรูระยะไกลก่อน และใช้ Smoke Bomb หรือ Ally เพื่อสร้างจังหวะเปลี่ยนตำแหน่ง เมื่อบอสเปลี่ยน Phase ควรหยุดโจมตีและอ่านชุดท่าใหม่ก่อนเสมอ
หากแพ้หลายครั้ง ควรวิเคราะห์ว่าสาเหตุมาจากระดับ อาวุธ Stamina การ Parry ลูกน้อง หรือการจัด Build แล้วแก้ทีละจุด การกลับไปทำภารกิจรอง อัปเกรด Forge หรือเปลี่ยนระดับความยากเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เล่นต่อได้อย่างสนุกมากขึ้น
ท้ายที่สุด การต่อสู้กับบอสที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การแข่งขันว่าใครโจมตีได้มากกว่า แต่เป็นการลดความผิดพลาดของตนเอง รอให้บอสเปิดช่อง และสร้างความเสียหายในจังหวะที่ปลอดภัย เมื่อใช้หลัก “ดู–หลบ–สวน–ถอย–ทำซ้ำ” ได้อย่างสม่ำเสมอ บอสที่เคยดูแข็งแกร่งจะกลายเป็นศัตรูที่สามารถอ่านและควบคุมจังหวะได้
ผู้ที่ต้องการติดตามบทความ Assassin’s Creed Shadows เทคนิคจัด Build และแนวทางผ่านภารกิจเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่ออ่านข้อมูลเกมและเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง