ระบบสำรวจโลก Open World ใน Assassin’s Creed Shadows เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกมภาคนี้แตกต่างจาก Assassin’s Creed หลายภาคที่ผ่านมา โลกภายในเกมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแผนที่ขนาดใหญ่สำหรับเดินทางระหว่างภารกิจ แต่ถูกออกแบบให้สภาพแวดล้อม ฤดูกาล สภาพอากาศ แสง เงา และภูมิประเทศส่งผลต่อวิธีสำรวจและการลอบเร้นของผู้เล่นโดยตรง
ผู้เล่นจะได้เดินทางผ่านญี่ปุ่นยุคศักดินาที่ประกอบด้วยเมืองปราสาท ท่าเรือ เขตการค้า หมู่บ้านชนบท ป่าไผ่ ภูเขา ศาลเจ้า วัด และพื้นที่เกษตรกรรม แต่ละสถานที่มีบรรยากาศ สถาปัตยกรรม ศัตรู และกิจกรรมแตกต่างกัน ทำให้การสำรวจไม่ได้รู้สึกเหมือนเพียงการเดินเก็บสัญลักษณ์บนแผนที่
นอกจากนี้ Naoe และ Yasuke ยังมีความสามารถด้านการสำรวจที่ต่างกัน Naoe มีความคล่องตัวสูง สามารถปีนป่าย ใช้ตะขอเกี่ยว และลอบเข้าไปยังพื้นที่ปิดได้ง่ายกว่า ส่วน Yasuke เหมาะกับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหรือทำลายสิ่งกีดขวางบางประเภท การสลับตัวละครให้เหมาะกับสถานการณ์จึงมีผลต่อประสบการณ์สำรวจอย่างชัดเจน
Ubisoft อธิบายว่าโลกของเกมประกอบด้วยเมืองปราสาทขนาดใหญ่ ท่าเรือที่คึกคัก ศาลเจ้าอันเงียบสงบ และพื้นที่ชนบท โดยมีสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมที่ตอบสนองต่อการกระทำของผู้เล่น
สำหรับผู้ที่สนใจบทความเกม เทคนิคการสำรวจ และเนื้อหาความบันเทิงเพิ่มเติม สามารถติดตามข้อมูลผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งรวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจให้เลือกอ่านอย่างต่อเนื่อง

โลก Open World ของ Assassin’s Creed Shadows มีลักษณะอย่างไร
โลกภายใน Assassin’s Creed Shadows จำลองพื้นที่ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายยุคเซ็นโกคุ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสงครามระหว่างขุนศึก การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการขยายตัวของเมืองสำคัญ
แทนที่จะสร้างแผนที่ที่มีภูมิประเทศคล้ายกันทุกภูมิภาค ทีมพัฒนาแบ่งพื้นที่ออกเป็นเขตที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งด้านภูมิทัศน์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และกิจกรรม
ผู้เล่นอาจเดินทางจากหมู่บ้านเล็กที่ล้อมรอบด้วยนาข้าวเข้าสู่ป่าทึบ ก่อนพบศาลเจ้าบนภูเขาหรือเมืองปราสาทที่เต็มไปด้วยยามและประชาชน ความหลากหลายนี้ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งสามารถพบเหตุการณ์หรือสถานที่ใหม่ได้ตลอดเวลา
พื้นที่สำคัญที่สามารถพบได้ ได้แก่
- เมืองปราสาท
- หมู่บ้านชนบท
- ท่าเรือ
- เขตการค้า
- วัด
- ศาลเจ้า
- ป่าไผ่
- ป่าทึบ
- ภูเขา
- นาข้าว
- ค่ายทหาร
- ปราสาทศัตรู
- ถ้ำและเส้นทางลับ
- พื้นที่ฝึกฝน
- จุดชมวิว
Ubisoft ระบุว่าโลกถูกออกแบบให้มีทั้งภูมิประเทศชนบทอันเงียบสงบ ศาลเจ้า เขตการค้าที่มีผู้คนหนาแน่น ป่าลึกลับ และเมืองปราสาทที่โดดเด่น ทำให้แต่ละพื้นที่มีอารมณ์และรูปแบบการสำรวจต่างกัน
ระบบฤดูกาลเปลี่ยนโลกอย่างไร
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Open World คือระบบฤดูกาล โลกไม่ได้คงสภาพเดิมตลอดการเล่น แต่จะเปลี่ยนระหว่างฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว
การเปลี่ยนฤดูกาลไม่ได้มีผลเพียงเรื่องสีของต้นไม้หรือบรรยากาศ แต่สามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้เล่นเดินทางและลอบเร้นได้
ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิมีพืชพรรณหนาแน่นและพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก พุ่มไม้ช่วยให้ Naoe ซ่อนตัวได้ง่ายขึ้น แหล่งน้ำยังสามารถใช้ว่ายน้ำหรือดำน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูได้
สภาพแวดล้อมช่วงนี้เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบลอบเร้นและใช้ธรรมชาติเป็นที่กำบัง
ฤดูร้อน
ฤดูร้อนมีแสงสว่างชัดเจนและสภาพอากาศที่เปิดกว้าง ผู้เล่นอาจถูกตรวจพบง่ายขึ้นในพื้นที่โล่ง แต่สามารถมองเห็นเส้นทาง อาคาร และตำแหน่งศัตรูได้ชัดเจนกว่าเดิม
ฤดูนี้เหมาะกับการสำรวจเมืองและพื้นที่ภูเขาที่ต้องมองเส้นทางจากระยะไกล
ฤดูใบไม้ร่วง
ใบไม้เปลี่ยนสีทำให้โลกมีบรรยากาศแตกต่างจากฤดูอื่น พืชบางชนิดเริ่มบางลง พื้นที่ซ่อนตัวอาจเปลี่ยนตำแหน่ง และทัศนวิสัยในป่าบางแห่งอาจดีขึ้น
ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการสำรวจเพื่อชมทิวทัศน์ รวมถึงค้นหาเส้นทางที่เคยถูกพืชบดบัง
ฤดูหนาว
ฤดูหนาวส่งผลต่อ Gameplay ชัดเจนที่สุด แหล่งน้ำบางแห่งสามารถกลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้ไม่สามารถดำน้ำซ่อนตัวได้เหมือนเดิม พุ่มไม้สูญเสียใบและใช้กำบังได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันหิมะอาจเผยให้เห็นรอยเท้าของผู้เล่น
Ubisoft ยกตัวอย่างว่า บ่อน้ำซึ่งสามารถใช้ว่ายและซ่อนตัวในฤดูใบไม้ผลิอาจกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว ขณะที่พุ่มไม้ไม่มีใบเพียงพอสำหรับการซ่อน และรอยเท้าบนหิมะอาจทำให้ศัตรูติดตามตำแหน่งของผู้เล่นได้
สภาพอากาศมีผลต่อการลอบเร้น
นอกจากฤดูกาล โลกยังมีสภาพอากาศแบบเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ฝน ลม หมอก และพายุ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการมองเห็นและเสียงภายในเกม
ฝนสามารถช่วยกลบเสียงการเคลื่อนไหวของ Naoe ทำให้เข้าใกล้ศัตรูได้ง่ายขึ้น ส่วนหมอกหรือสภาพอากาศที่มืดครึ้มช่วยลดระยะการมองเห็นของยาม
ในทางกลับกัน สภาพอากาศบางประเภทอาจทำให้ผู้เล่นมองเห็นศัตรูและเส้นทางได้ยากขึ้น หากเข้าไปในค่ายโดยไม่ได้สำรวจล่วงหน้า อาจเดินเข้าใกล้ยามโดยไม่รู้ตัว
โลกของเกมจึงสนับสนุนให้ผู้เล่นปรับแผนตามสภาพอากาศ เช่น
- ใช้ฝนกลบเสียงฝีเท้า
- รอเวลากลางคืนเพื่อลดการมองเห็น
- ใช้หมอกเข้าใกล้ฐานศัตรู
- หลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดในวันที่ท้องฟ้าสว่าง
- ใช้ลมและเสียงธรรมชาติเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
- เปลี่ยนเส้นทางเมื่อพื้นน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง
Ubisoft ยืนยันว่าสภาพอากาศและฤดูกาลแบบไดนามิกส่งผลต่อหลายองค์ประกอบของ Gameplay ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนภาพหรือบรรยากาศเท่านั้น
แสงและเงาเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจ
Naoe สามารถใช้พื้นที่มืดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้ ผู้เล่นจึงควรสังเกตแหล่งกำเนิดแสง เช่น โคมไฟ คบเพลิง และแสงจากอาคาร ก่อนเข้าไปในพื้นที่ศัตรู
ในบางสถานการณ์สามารถทำลายแหล่งกำเนิดแสงเพื่อสร้างพื้นที่มืด ช่วยเปิดเส้นทางลอบเร้นใหม่ การสำรวจจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การมองหาประตูหรือกำแพงที่ปีนได้ แต่ยังต้องวิเคราะห์ว่าแสงตกกระทบพื้นที่อย่างไร
เวลากลางคืนเหมาะกับ Naoe เพราะมีเงาจำนวนมากและศัตรูมองเห็นได้ยากกว่า แต่ผู้เล่นเองก็อาจมองเส้นทางไม่ชัด หากไม่ใช้ Observe หรือตรวจพื้นที่ก่อน
Ubisoft อธิบายว่า Naoe สามารถใช้เสียง แสง และเงาเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรู ขณะที่ยามจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
เมืองปราสาทมีชีวิตและรายละเอียดสูง
เมืองปราสาทเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดใน Open World เพราะไม่ได้มีเพียงตัวปราสาท แต่ประกอบด้วยชุมชน เขตการค้า บ้านเรือน ถนน และพื้นที่ควบคุมของทหาร
ผู้เล่นสามารถพบ
- พ่อค้า
- ช่างตีเหล็ก
- ร้านค้า
- ผู้ให้ภารกิจ
- จุด Fast Travel
- ข่าวลือ
- NPC ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย
- ทางเข้าเขตปราสาท
- เส้นทางลับ
- หีบและของสะสม
Naoe สามารถใช้หลังคาและช่องทางแคบเพื่อเดินทางโดยไม่ผ่านถนนหลัก ส่วน Yasuke สามารถเดินผ่านพื้นที่สาธารณะและรับมือกับการต่อสู้ได้ดีกว่า หากแผนการลอบเร้นล้มเหลว
เมืองแต่ละแห่งยังสะท้อนสถานการณ์ทางการเมืองและอำนาจของผู้ปกครองในภูมิภาคนั้น ทำให้การสำรวจช่วยเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมโดยไม่ต้องพึ่งบทสนทนาเพียงอย่างเดียว
ปราสาทเป็นพื้นที่ท้าทายขนาดใหญ่
ปราสาทไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับภารกิจหลัก แต่เป็นกิจกรรม Open World ที่ผู้เล่นสามารถเข้าไปสำรวจเพื่อกำจัด Samurai Daishō เปิดหีบ และรับอุปกรณ์คุณภาพสูง
แต่ละปราสาทมีรูปแบบต่างกัน ทั้งกำแพง หอคอย ทางเข้าหลัก ลานด้านใน และอาคารปราสาท ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะลอบเข้าไปด้วย Naoe หรือใช้ Yasuke ต่อสู้ผ่านประตูหลัก
ภายในปราสาทมักมี
- Samurai Daishō
- หีบอุปกรณ์ระดับสูง
- Stockpile
- ทหารเกราะหนัก
- พลธนู
- เส้นทาง Parkour
- จุดซ่อนตัว
- อาคารหลายระดับ
- ทางหนีสำรอง
การสำรวจปราสาทควรเริ่มจากการเดินรอบกำแพง ใช้ Observe มองหาศัตรูและจุดปีน จากนั้นกำหนดเส้นทางเข้าและออกก่อนเริ่มภารกิจ
ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องกำจัดศัตรูทุกคน หากสามารถลอบสังหารเป้าหมายและเปิดหีบสำคัญได้ก็สามารถถอนตัวออกจากพื้นที่ได้ทันที
วัดและศาลเจ้ามีความสำคัญอย่างไร
วัดและศาลเจ้าไม่ได้มีไว้เพียงสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น แต่เชื่อมโยงกับระบบ Knowledge และของสะสม
เมื่อเข้าไปในพื้นที่ศาลเจ้า ผู้เล่นอาจต้องค้นหาจุดสวดมนต์หลายแห่ง การทำครบจะได้รับ Knowledge ซึ่งใช้เพิ่ม Knowledge Rank และเปิดชั้นใหม่ของ Skill Tree
กิจกรรมภายในวัดและศาลเจ้ามักเน้นการสำรวจมากกว่าการต่อสู้ ผู้เล่นต้องสังเกตเส้นทาง บันได อาคารย่อย และจุดที่ซ่อนอยู่ตามพื้นที่
กิจกรรมที่สามารถพบได้ ได้แก่
- สวดมนต์
- ค้นหาม้วนคัมภีร์
- สำรวจเส้นทางบนภูเขา
- เปิดจุดชมวิว
- พบสัตว์
- ค้นหาของสะสม
- เรียนรู้ประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม
- เพิ่ม Knowledge
Ubisoft แนะนำให้ผู้เล่นทำกิจกรรมที่มีสัญลักษณ์หกเหลี่ยมสีส้มบนแผนที่ เพราะกิจกรรมเหล่านี้เพิ่ม Knowledge และช่วยเปิด Passive กับ Active Ability ระดับสูงขึ้น
เส้นทาง Parkour และจุดซ่อนเร้น
โลกของเกมมีเส้นทาง Parkour ที่ออกแบบไว้ตามเมือง ปราสาท วัด และภูเขา ผู้เล่นที่ใช้ Naoe สามารถค้นหาทางขึ้นหลังคา กิ่งไม้ เชือก ราว และจุดใช้ตะขอเกี่ยว
เส้นทางเหล่านี้อาจนำไปสู่
- หีบลับ
- ทางเข้าเขตปราสาท
- จุดลอบสังหาร
- ม้วนคัมภีร์
- จุดชมวิว
- เส้นทางหนี
- พื้นที่ฝึกฝน
- ของสะสม
Ubisoft ระบุว่าโลกมีทั้งวัด ปราสาท เส้นทาง Parkour ที่ซ่อนอยู่ สนามฝึก และความลับอื่น ๆ ให้ค้นพบ
ผู้เล่นควรมองขึ้นด้านบนเสมอ เพราะเส้นทางที่ดีที่สุดอาจไม่ได้อยู่บนพื้นดิน โดยเฉพาะในเมืองที่สามารถเดินทางผ่านหลังคาเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและยาม
จุดชมวิวและ Fast Travel
จุดชมวิวยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของซีรีส์ Assassin’s Creed ผู้เล่นสามารถปีนขึ้นไปยังตำแหน่งสูงเพื่อเปิดพื้นที่และใช้เป็นจุดเดินทางรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม การซิงโครไนซ์จุดชมวิวไม่ได้เปิดเผยทุกสิ่งบนแผนที่โดยอัตโนมัติเหมือนบางภาค ผู้เล่นยังต้องใช้ Observe สำรวจพื้นที่และค้นหาเบาะแสด้วยตนเอง
การปลดล็อก Fast Travel มีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยลดเวลาเดินทางระหว่าง
- Hideout
- เมือง
- ร้านค้า
- ภารกิจ
- ปราสาท
- ศาลเจ้า
- พื้นที่ Knowledge
- เป้าหมายสำคัญ
เมื่อพบจุดชมวิวในเส้นทาง ควรปลดล็อกไว้ทันที แม้ยังไม่มีภารกิจในพื้นที่ เพราะอาจต้องกลับมาในภายหลัง
Observe เปลี่ยนวิธีค้นหาสถานที่
ระบบ Observe ช่วยให้ผู้เล่นตรวจสอบสภาพแวดล้อมจากระยะไกล เมื่อเปิดใช้จะสามารถค้นหาเบาะแส ตำแหน่งที่น่าสนใจ และเป้าหมายบางประเภทได้
Observe มีประโยชน์กับการสำรวจหลายด้าน เช่น
- ค้นหาศัตรู
- มองหาหีบ
- หาจุดเข้าอาคาร
- ระบุตำแหน่ง Stockpile
- สังเกตจุดปีน
- หาเป้าหมายภารกิจ
- ตรวจเส้นทางหลบหนี
- ค้นหากิจกรรมในพื้นที่
ผู้เล่นใหม่ไม่ควรรีบเข้าไปในฐานศัตรูทันที ควรหยุดบนพื้นที่สูงแล้วใช้ Observe สำรวจรอบบริเวณก่อน วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เคลียร์พื้นที่ได้เร็วขึ้น
ระบบค้นหาเป้าหมายไม่บอกตำแหน่งทันที
ภารกิจบางประเภทไม่ได้แสดงเครื่องหมายเป้าหมายแบบแม่นยำตั้งแต่เริ่ม ผู้เล่นจะได้รับข้อมูลเบาะแส เช่น ภูมิภาค ทิศทาง สถานที่ใกล้เคียง หรือรายละเอียดของพื้นที่
ผู้เล่นสามารถเลือกค้นหาด้วยตนเอง หรือใช้ Scouts เพื่อช่วยระบุตำแหน่งที่แม่นยำขึ้น ระบบนี้ทำให้การสำรวจมีความหมายมากกว่าการวิ่งตามเครื่องหมายบนหน้าจอ
ตัวอย่างข้อมูลที่อาจได้รับ ได้แก่
- เป้าหมายอยู่ทางเหนือของเมืองหนึ่ง
- อยู่ใกล้วัด
- พบในเขตภูเขา
- เดินทางตามถนนสายหลัก
- ซ่อนตัวในค่าย
- ปรากฏในเวลากลางคืน
หากผู้เล่นรู้จักภูมิประเทศและชื่อสถานที่ จะสามารถหาเป้าหมายได้โดยไม่ต้องใช้ Scouts ทุกครั้ง
Scouts ช่วยสำรวจโลกอย่างไร
Scouts เป็นระบบสนับสนุนที่ช่วยทั้งค้นหาเป้าหมายและรวบรวมทรัพยากร หลังจากดำเนินเนื้อเรื่องและสร้าง Kakurega ใน Hideout ผู้เล่นจะสามารถส่ง Scouts ไปตรวจสอบพื้นที่ที่สงสัยได้
ความสามารถหลักของ Scouts ได้แก่
- ค้นหาตำแหน่งภารกิจ
- ตรวจพื้นที่จากเบาะแส
- ขน Stockpile กลับ Hideout
- ช่วยจัดการ Regional Alert
- ลดเวลาค้นหาสถานที่
- สนับสนุนการพัฒนา Hideout
Ubisoft ระบุว่าต้องดำเนินเนื้อเรื่องและสร้าง Kakurega ก่อนจึงจะใช้ Scouts ได้ จากนั้นผู้เล่นสามารถส่ง Scouts ไปตรวจสอบเป้าหมายภารกิจและทำกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ Open World
Scouts มีจำนวนจำกัด ผู้เล่นจึงควรเก็บไว้ใช้กับเป้าหมายที่หาได้ยากหรือ Stockpile ขนาดใหญ่ ไม่ควรใช้กับทุกภารกิจโดยไม่ลองอ่านเบาะแสก่อน
Kakurega ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น
Kakurega เป็นที่ซ่อนขนาดเล็กที่สามารถพบและปลดล็อกตามเมืองหรือภูมิภาคต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นฐานย่อยนอก Hideout หลัก
ประโยชน์ของ Kakurega ได้แก่
- ใช้ Fast Travel
- จัดการอุปกรณ์
- เติมเครื่องมือ
- เข้าถึง Scouts
- รับข้อมูลภารกิจ
- ลดเวลาเดินทางกลับ Hideout
- เตรียมตัวก่อนเข้าพื้นที่ศัตรู
เมื่อเข้าสู่ภูมิภาคใหม่ ควรมองหา Kakurega ก่อน เพราะจะช่วยให้การทำภารกิจและสำรวจพื้นที่รอบข้างสะดวกขึ้นมาก
Stockpile ทำให้การสำรวจมีรางวัลระยะยาว
ภายในค่ายและปราสาท ผู้เล่นอาจพบ Stockpile หรือกองทรัพยากรขนาดใหญ่ แทนที่จะเก็บเข้ากระเป๋าทันที ผู้เล่นต้องใช้ Scouts ลักลอบขนทรัพยากรกลับ Hideout
วัสดุเหล่านี้ใช้สร้างและอัปเกรดสิ่งปลูกสร้าง เช่น
- Forge
- Study
- Stables
- Dojo
- Kakurega
- อาคารสนับสนุน
- สิ่งตกแต่ง
Stables เป็นอาคารที่เปิดความสามารถให้ Scouts ขน Stockpile จากค่ายหรือปราสาท ทำให้การสำรวจพื้นที่ศัตรูส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนา Hideout
ดังนั้น เมื่อเข้าไปในฐานศัตรู ไม่ควรมองหาเพียงหีบอาวุธ แต่ควรใช้ Observe ตรวจว่ามี Stockpile อยู่ในพื้นที่หรือไม่
กิจกรรมเพิ่ม Knowledge มีอะไรบ้าง
ระบบ Open World เชื่อมกับ Skill Tree ผ่าน Knowledge ผู้เล่นต้องทำกิจกรรมเฉพาะเพื่อเพิ่ม Knowledge Rank และปลดล็อกชั้นใหม่ของ Mastery Tree
กิจกรรมอาจแตกต่างกันตามตัวละคร เช่น
กิจกรรมของ Naoe
- การทำสมาธิ
- Kuji-kiri
- ค้นหาม้วนคัมภีร์
- สำรวจศาลเจ้า
- ฝึก Parkour
- กิจกรรมที่เกี่ยวกับชิโนบิ
กิจกรรมของ Yasuke
- ยิงธนูบนหลังม้า
- ฝึกต่อสู้
- กิจกรรมซามูไร
- การเรียนรู้ผ่านสถานที่
- ภารกิจที่เน้นการดวล
กิจกรรมเหล่านี้มักใช้เวลาไม่นาน แต่ให้ผลระยะยาวกับ Skill Tree ผู้เล่นจึงควรทำทันทีเมื่อพบระหว่างเดินทาง
การพบสัตว์และการวาดภาพธรรมชาติ
โลก Open World ไม่ได้มีเพียงกิจกรรมต่อสู้ ผู้เล่นสามารถพบสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด
สัตว์เลี้ยงที่พบตามเมืองหรือหมู่บ้านสามารถเข้าไปลูบได้ เมื่อทำสำเร็จจะปลดล็อกสัตว์ชนิดนั้นสำหรับนำไปวางใน Hideout
สำหรับสัตว์ป่า ผู้เล่นอาจต้องเข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ เพื่อวาดภาพ หากทำสำเร็จจะสามารถนำภาพหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกลับไปใช้กับ Hideout ได้
Ubisoft ระบุว่าสัตว์เลี้ยงหลายชนิดมีทั้งตัวโตและตัวเด็ก ผู้เล่นสามารถลูบเพื่อปลดล็อกสำหรับ Hideout ส่วนสัตว์ป่าต้องแอบเข้าใกล้จึงจะสามารถวาดภาพและนำกลับไปใช้ในฐานได้
กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและทำให้โลกดูมีชีวิตมากกว่าการเป็นพื้นที่สำหรับต่อสู้เพียงอย่างเดียว
การสำรวจด้วย Naoe แตกต่างจาก Yasuke อย่างไร
ตัวละครทั้งสองเดินทางในโลกเดียวกัน แต่มีวิธีเข้าถึงพื้นที่ต่างกัน
ข้อดีของ Naoe
Naoe เหมาะกับการสำรวจพื้นที่ซับซ้อน เพราะมี
- Parkour ที่รวดเร็ว
- ตะขอเกี่ยว
- ความสามารถปีนกำแพง
- ร่างกายคล่องตัว
- ลอบผ่านศัตรูได้ง่าย
- ซ่อนตัวในเงา
- มุดช่องแคบ
- เข้าถึงหลังคา
- ดำน้ำหลบศัตรู
เธอเหมาะสำหรับปราสาท เมือง และพื้นที่ที่มีเส้นทางแนวตั้งจำนวนมาก
ข้อดีของ Yasuke
Yasuke มีข้อจำกัดด้าน Parkour มากกว่า แต่มีข้อได้เปรียบด้าน
- การต่อสู้โดยตรง
- ทำลายสิ่งกีดขวาง
- รับมือศัตรูเกราะหนัก
- เอาตัวรอดเมื่อถูกพบ
- เข้าพื้นที่คุ้มกันแน่นหนา
- ดวลกับ Samurai Daishō
เขาเหมาะกับกิจกรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง Combat หรือพื้นที่ที่มีศัตรูจำนวนมากในบริเวณเปิด
ผู้เล่นควรเลือกตัวละครก่อนออกเดินทาง หากต้องสำรวจวัดบนภูเขาหรือปราสาทที่มีจุดปีนจำนวนมาก Naoe จะสะดวกกว่า แต่หากเป้าหมายคือกวาดล้างค่ายหรือดวลผู้บัญชาการ Yasuke อาจใช้เวลาน้อยกว่า
ระบบโลกตอบสนองต่อการกระทำของผู้เล่น
สภาพแวดล้อมหลายส่วนสามารถตอบสนองต่อการกระทำ เช่น วัตถุบางชนิดถูกทำลาย ต้นไม้หรือพุ่มไม้เคลื่อนไหวตามลม และแหล่งกำเนิดแสงถูกดับหรือทำลายได้
รายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อ Gameplay เช่น
- ทำลายตะเกียงเพื่อสร้างความมืด
- ใช้พุ่มไม้ปิดบังตัว
- ใช้เสียงฝนกลบการเคลื่อนไหว
- ทำลายประตูหรือสิ่งกีดขวาง
- ใช้หลังคาและอาคารเป็นเส้นทาง
- เปลี่ยนเส้นทางตามน้ำแข็งและหิมะ
ร้าน Ubisoft อธิบายว่าฤดูกาล สภาพอากาศ และการทำลายสภาพแวดล้อมสามารถส่งผลต่อแนวทางเชิงยุทธวิธีของผู้เล่น
การเดินทางด้วยม้ามีประโยชน์แค่ไหน
ม้าเหมาะกับการเดินทางระหว่างเมืองหรือข้ามพื้นที่ชนบทกว้าง ผู้เล่นสามารถใช้ม้าลดเวลาเดินทางบนถนนและพื้นที่เปิด
อย่างไรก็ตาม การขี่ม้าตรงไปยังเป้าหมายตลอดเวลาอาจทำให้พลาดกิจกรรมข้างทาง เช่น
- ศาลเจ้า
- สัตว์
- หีบ
- ภารกิจรอง
- จุดชมวิว
- ค่ายเล็ก
- Stockpile
- เส้นทางลับ
แนวทางที่ดีคือใช้ม้าเดินทางระยะไกล แล้วลงเดินเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ที่ยังไม่เคยสำรวจ การเดินเท้าช่วยให้สังเกตรายละเอียดและกิจกรรมเล็กได้ง่ายกว่า
ควรเปิดแผนที่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องรีบเปิดทุกภูมิภาค เพราะศัตรูและภารกิจบางพื้นที่มีระดับสูงกว่าตัวละคร การฝืนสำรวจพื้นที่ระดับสูงอาจทำให้ใช้เวลานานและเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
ควรสำรวจเป็นภูมิภาค โดยใช้แนวทางดังนี้
- ปลดล็อกจุดชมวิว
- ค้นหา Kakurega
- รับภารกิจในพื้นที่
- ทำกิจกรรม Knowledge
- เปิด Fast Travel
- สำรวจวัดและศาลเจ้า
- เคลียร์ค่ายและปราสาท
- ใช้ Scouts กับ Stockpile
- จัดการอุปกรณ์
- เดินทางไปภูมิภาคถัดไป
วิธีนี้ช่วยลดการย้อนกลับและทำให้เลเวล อุปกรณ์ Knowledge และ Hideout พัฒนาไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเทคนิคสำรวจ Open World แนวทางทำกิจกรรม และบทความเกมเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายให้เลือกติดตามอย่างต่อเนื่อง
เกาะ Awaji เพิ่มพื้นที่สำรวจแบบใหม่
ส่วนเสริม Claws of Awaji เพิ่มเกาะ Awaji ซึ่งเป็นภูมิภาคใหม่ที่อยู่นอกอ่าวโอซาก้า พื้นที่นี้มีบรรยากาศและภัยคุกคามแตกต่างจากแผนที่หลัก
ผู้เล่นต้องสำรวจเกาะเพื่อตามหาสมบัติ พร้อมรับมือกับกับดัก การซุ่มโจมตี และศัตรูใหม่ที่ติดตามตัวละครอย่างต่อเนื่อง
เกาะ Awaji เหมาะกับผู้เล่นที่ผ่านเนื้อเรื่องหลักและต้องการพื้นที่สำรวจเพิ่มเติม โดยมีทั้งสถานที่ใหม่ อุปกรณ์ และกิจกรรมที่ออกแบบให้ท้าทาย Build ช่วงท้ายเกม
เทคนิคสำรวจโลกให้คุ้มค่าที่สุด
ปลดล็อกจุด Fast Travel ทุกครั้งที่ผ่าน
แม้ยังไม่มีภารกิจในพื้นที่ จุด Fast Travel จะช่วยลดเวลาเมื่อจำเป็นต้องกลับมาในภายหลัง
ใช้ Observe จากพื้นที่สูง
การยืนบนหลังคา หอคอย หรือหน้าผาช่วยให้มองเห็นกิจกรรมและเส้นทางได้มากกว่าการใช้ Observe บนพื้น
ทำกิจกรรมสีส้มทันที
กิจกรรม Knowledge มักใช้เวลาไม่นานและช่วยเปิด Skill Tree จึงไม่ควรปล่อยผ่าน
ใช้ Naoe สำรวจพื้นที่ใหม่
ความคล่องตัวและ Stealth ทำให้เธอสามารถค้นหาเส้นทางและหลีกเลี่ยงศัตรูได้ง่ายกว่า
เก็บ Scouts ไว้กับเป้าหมายยาก
ลองอ่านเบาะแสและค้นหาด้วยตนเองก่อน หากพื้นที่กว้างหรือข้อมูลไม่ชัดจึงค่อยใช้ Scouts
ตรวจ Stockpile ทุกค่าย
ก่อนออกจากพื้นที่ศัตรูควรตรวจว่ามี Stockpile ที่ยังไม่ได้ทำเครื่องหมายหรือไม่
สำรวจกลางคืนเมื่อเล่น Stealth
แสงน้อยช่วยให้ Naoe ซ่อนตัวง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเมืองและปราสาท
ปรับแผนตามฤดูกาล
เส้นทางที่ใช้ได้ในฤดูหนึ่งอาจไม่เหมาะในอีกฤดู ควรตรวจพุ่มไม้ แหล่งน้ำ และพื้นหิมะก่อนเข้าไปในฐาน
อย่ากำจัดศัตรูทุกคนโดยไม่จำเป็น
หากเป้าหมายคือหีบ Stockpile หรือภารกิจ สามารถลอบเข้าไปทำกิจกรรมแล้วถอนตัวได้ทันที
จัดกิจกรรมเป็นเส้นทาง
รับภารกิจหลายงานในภูมิภาคเดียวกัน แล้วทำศาลเจ้า จุดชมวิว หีบ และค่ายระหว่างทาง จะประหยัดเวลากว่าการเดินทางกลับหลายรอบ
กิจกรรมใดควรทำก่อนเมื่อเข้าสู่พื้นที่ใหม่
| ลำดับ | กิจกรรม | ประโยชน์ |
|---|---|---|
| 1 | จุดชมวิว | เปิด Fast Travel และช่วยมองพื้นที่ |
| 2 | Kakurega | เข้าถึง Scouts และบริการต่าง ๆ |
| 3 | ภารกิจหลักและรอง | รับ EXP เงิน และอุปกรณ์ |
| 4 | กิจกรรม Knowledge | เปิดชั้นใหม่ของ Skill Tree |
| 5 | ศาลเจ้าและวัด | Knowledge และของสะสม |
| 6 | ค่ายศัตรู | หีบและ Stockpile |
| 7 | ปราสาท | อุปกรณ์ระดับสูงและ Mastery Point |
| 8 | สัตว์และภาพธรรมชาติ | ปลดล็อกของตกแต่ง Hideout |
| 9 | เส้นทาง Parkour | ของลับและจุดเข้าพื้นที่ |
| 10 | พื้นที่ที่ยังไม่ระบุ | ค้นหาความลับและกิจกรรมเพิ่มเติม |
ข้อผิดพลาดที่ทำให้การสำรวจน่าเบื่อ
วิ่งตามเครื่องหมายเพียงอย่างเดียว
ทำให้พลาดเส้นทางลับ สัตว์ ศาลเจ้า และกิจกรรมเล็กที่ซ่อนอยู่
ใช้ Fast Travel มากเกินไป
แม้จะประหยัดเวลา แต่การใช้ทุกครั้งอาจทำให้พลาดเหตุการณ์และสถานที่ระหว่างทาง
ไม่ใช้ Observe
ทำให้หาเป้าหมาย หีบ และทางเข้าได้ยากกว่าที่ควร
ใช้ Scouts กับทุกภารกิจ
ทำให้ไม่มี Scouts เหลือสำหรับ Stockpile หรือเป้าหมายที่หาได้ยากจริง ๆ
ไม่สนใจฤดูกาล
เส้นทางซ่อนตัวอาจเปลี่ยน และวิธีแทรกซึมเดิมอาจใช้ไม่ได้ในฤดูหนาว
ใช้ Yasuke ปีนพื้นที่ซับซ้อน
ทำให้การเดินทางช้ากว่าใช้ Naoe ซึ่งมี Parkour และตะขอเกี่ยวที่เหมาะกว่า
ไม่ทำกิจกรรม Knowledge
แม้สำรวจมากแต่ Skill Tree ไม่เปิด เพราะข้ามกิจกรรมสำคัญ
รีบเข้าเขตระดับสูง
ศัตรูแข็งแกร่งและใช้เวลาต่อสู้นาน ทำให้การสำรวจไม่ต่อเนื่อง
ไม่พัฒนา Hideout
ทำให้ Scouts และระบบสนับสนุนการสำรวจมีข้อจำกัด
มองข้าม Stockpile
ทำให้ขาดวัตถุดิบสร้างอาคาร แม้จะผ่านค่ายและปราสาทจำนวนมาก
Open World เหมาะกับผู้เล่นประเภทใด
ระบบสำรวจเหมาะกับผู้เล่นหลายรูปแบบ
ผู้เล่นสายเนื้อเรื่อง
สามารถติดตามภารกิจหลัก พร้อมสำรวจสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
ผู้เล่นสาย Stealth
สามารถวิเคราะห์แสง เงา สภาพอากาศ และเส้นทางแนวตั้ง เพื่อเข้าออกฐานโดยไม่ถูกพบ
ผู้เล่นสายต่อสู้
สามารถเคลียร์ปราสาท ดวล Samurai Daishō และสำรวจค่ายทหารระดับสูง
ผู้เล่นสายสะสม
มีสัตว์ ภาพธรรมชาติ ม้วนคัมภีร์ หีบ ของตกแต่ง และอุปกรณ์ให้ค้นหา
ผู้เล่นสายพัฒนาตัวละคร
สามารถทำกิจกรรม Knowledge เก็บ Mastery Point และค้นหา Gear สำหรับสร้าง Build
ผู้เล่นสายถ่ายภาพ
โลกที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา ฤดูกาล และสภาพอากาศช่วยสร้างฉากถ่ายภาพหลากหลาย
ระบบสำรวจแตกต่างจาก Assassin’s Creed ภาคก่อนอย่างไร
จุดแตกต่างสำคัญคือโลกของ Shadows พยายามลดการพึ่งพาเครื่องหมายตำแหน่งแบบแม่นยำ ผู้เล่นได้รับเบาะแสแล้วต้องสังเกตภูมิประเทศหรือใช้ Scouts ช่วยค้นหา
ฤดูกาลและสภาพอากาศยังเปลี่ยนเงื่อนไขการลอบเร้น เช่น
- พุ่มไม้ใช้ซ่อนได้เฉพาะบางฤดู
- น้ำอาจแข็งตัว
- ฝนกลบเสียง
- หิมะเผยรอยเท้า
- กลางคืนเพิ่มพื้นที่มืด
- แหล่งกำเนิดแสงถูกทำลายได้
กิจกรรม Open World ยังเชื่อมโยงกับระบบอื่นอย่างชัดเจน วัดและศาลเจ้าเพิ่ม Knowledge ปราสาทให้อุปกรณ์และ Mastery Point ส่วน Stockpile ใช้พัฒนา Hideout การสำรวจจึงไม่ได้มีไว้เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จเพียงอย่างเดียว
ระบบสำรวจมีความซ้ำซากหรือไม่
กิจกรรมบางประเภท เช่น ศาลเจ้า จุดชมวิว หรือปราสาท อาจมีรูปแบบพื้นฐานคล้ายกัน แต่ภูมิประเทศ ฤดูกาล เส้นทางเข้า และตำแหน่งศัตรูช่วยทำให้การเล่นแต่ละครั้งแตกต่างกัน
ผู้เล่นสามารถลดความรู้สึกซ้ำได้ด้วยการ
- สลับระหว่าง Naoe และ Yasuke
- เปลี่ยนเวลาเข้าพื้นที่
- ทดลองเส้นทางใหม่
- ใช้อาวุธหรือ Build ต่างกัน
- ทำกิจกรรมหลายประเภทสลับกัน
- ไม่พยายามเก็บทุกอย่างในครั้งเดียว
- สำรวจตามเนื้อเรื่องแทนการกวาดแผนที่
โลกถูกออกแบบให้ผู้เล่นเลือกเส้นทางของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องทำทุกสัญลักษณ์ก่อนเดินหน้าเนื้อเรื่อง
บทสรุป
ระบบสำรวจโลก Open World ใน Assassin’s Creed Shadows มีจุดเด่นที่การนำภูมิประเทศ สภาพอากาศ ฤดูกาล แสง และเงามาเชื่อมกับ Gameplay โดยตรง โลกไม่ได้เปลี่ยนเพียงรูปลักษณ์ แต่สามารถเปลี่ยนเส้นทางลอบเร้นและวิธีเข้าถึงพื้นที่ได้
ผู้เล่นจะได้สำรวจเมืองปราสาท ท่าเรือ หมู่บ้าน ศาลเจ้า วัด ป่า ภูเขา และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน ปราสาทเป็นกิจกรรมขนาดใหญ่ที่มอบอุปกรณ์และ Mastery Point ขณะที่วัดกับศาลเจ้าช่วยเพิ่ม Knowledge เพื่อเปิดชั้นใหม่ของ Skill Tree
ระบบ Observe และ Scouts ทำให้การค้นหาเป้าหมายต้องอาศัยการอ่านเบาะแสและสังเกตภูมิประเทศมากขึ้น ผู้เล่นสามารถค้นหาด้วยตนเองหรือใช้ Scouts ตรวจพื้นที่ เมื่อพบ Stockpile ยังสามารถส่ง Scouts ไปลักลอบขนทรัพยากรกลับ Hideout เพื่อพัฒนาอาคารต่าง ๆ ได้
Naoe เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการสำรวจมากที่สุด เพราะมี Parkour ตะขอเกี่ยว และความสามารถด้าน Stealth ส่วน Yasuke เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเผชิญหน้าหรือดวลศัตรูเกราะหนัก การสลับตัวละครให้เหมาะกับกิจกรรมช่วยลดเวลาและเพิ่มความสนุกในการเดินทาง
โลกยังมีกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การลูบสัตว์ การวาดภาพสัตว์ป่า การค้นหาจุดชมวิว และการตกแต่ง Hideout สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การสำรวจไม่ได้มีเพียงการต่อสู้หรือสะสมอุปกรณ์
แนวทางที่ดีที่สุดคือสำรวจทีละภูมิภาค เริ่มจากจุดชมวิวและ Kakurega แล้วทำภารกิจ กิจกรรม Knowledge ศาลเจ้า ค่าย และปราสาทตามเส้นทาง ไม่จำเป็นต้องรีบเปิดแผนที่ทั้งหมดหรือเก็บทุกสัญลักษณ์ในครั้งเดียว
เมื่อผู้เล่นเรียนรู้การใช้สภาพอากาศและฤดูกาลให้เป็นประโยชน์ ใช้ Observe ก่อนเข้าเขตศัตรู บริหาร Scouts อย่างเหมาะสม และเลือกตัวละครให้ตรงกับภูมิประเทศ ระบบ Open World จะกลายเป็นมากกว่าแผนที่ขนาดใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้วางแผนและสร้างประสบการณ์การผจญภัยในแบบของตนเอง
ผู้ที่ต้องการติดตามบทความ Assassin’s Creed Shadows เทคนิคสำรวจโลก และแนวทางการเล่นเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่ออ่านข้อมูลและเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง