ระบบฐานปฏิบัติการ Hideout คืออะไร และใช้งานอย่างไรใน Assassin’s Creed Shadows คือพื้นที่ส่วนตัวที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของ Naoe, Yasuke และกลุ่มพันธมิตร ผู้เล่นสามารถใช้ฐานแห่งนี้เพื่อสร้างและอัปเกรดอาคาร จัดการหน่วย Scouts พัฒนาอุปกรณ์ ปลดล็อกความสามารถของ Allies รับโบนัสแบบถาวร รวมถึงตกแต่งพื้นที่ตามความชอบของตนเอง
Hideout ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักหรือชมของตกแต่ง แต่เป็นระบบ Progression ที่เชื่อมโยงกับการสำรวจ การค้นหาเป้าหมาย การรวบรวมทรัพยากร การสร้าง Build และการทำภารกิจโดยตรง อาคารแต่ละประเภทให้ผลประโยชน์แตกต่างกัน เช่น Forge ช่วยจัดการอุปกรณ์ Study เพิ่มประสิทธิภาพของ Scouts และ Dojo ช่วยพัฒนาพันธมิตรที่สามารถเรียกออกมาช่วยในการต่อสู้
Ubisoft อธิบายว่า Hideout ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ซึ่งเติบโตไปพร้อมกับการเดินทางของผู้เล่น สามารถวางอาคาร ทางเดิน ต้นไม้ ของตกแต่ง และสัตว์ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันอาคารหลักยังมอบโบนัสด้าน Gameplay ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น
ดังนั้น ผู้เล่นที่เข้าใจระบบ Hideout และเลือกอัปเกรดอาคารตามลำดับที่เหมาะสมจะสามารถค้นหาเป้าหมายได้ง่ายขึ้น พัฒนาอาวุธได้คุ้มกว่า ใช้ Allies ได้มีประสิทธิภาพ และลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการเดินทางหรือฟาร์มทรัพยากร
ผู้ที่สนใจบทความเกม แนวทางพัฒนาฐาน และเทคนิคการเล่นเพิ่มเติม สามารถติดตามเนื้อหาผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งรวบรวมบทความความบันเทิงและข้อมูลเกมไว้อย่างต่อเนื่อง

Hideout คืออะไร
Hideout คือฐานหลักของกลุ่มผู้เล่นใน Assassin’s Creed Shadows ตั้งอยู่แยกจากพื้นที่ Open World ทั่วไป และสามารถเดินทางกลับมาได้เมื่อระบบถูกปลดล็อกตามเนื้อเรื่อง
ภายในฐาน ผู้เล่นสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่าง เช่น
- สร้างอาคารใหม่
- อัปเกรดอาคารเดิม
- จัดวางสิ่งปลูกสร้าง
- เพิ่มจำนวน Scouts
- พัฒนา Forge
- ฝึก Allies
- จัดการ Loadout
- ปรับรูปลักษณ์อุปกรณ์
- วางของตกแต่ง
- เลี้ยงสัตว์ที่ค้นพบ
- รับโบนัสถาวรจากอาคาร
- พบตัวละครและพันธมิตร
- เริ่มภารกิจบางประเภท
- เข้าถึงระบบ Animus บางส่วน
Hideout จึงมีลักษณะผสมระหว่างฐานปฏิบัติการ ระบบบริหารทรัพยากร และพื้นที่ตกแต่งแบบ Settlement ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเน้นสร้างฐานเพื่อประโยชน์ด้าน Gameplay หรือใช้เวลาตกแต่งให้เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นตามรสนิยมของตนเอง
Hideout ปลดล็อกเมื่อใด
ระบบ Hideout จะเปิดผ่านความคืบหน้าของภารกิจหลักช่วงต้น ผู้เล่นไม่สามารถสร้างฐานได้ทันทีหลังเริ่มเกม แต่จะได้รับพื้นที่ดังกล่าวหลังจากเนื้อเรื่องพา Naoe เข้าสู่การสร้างเครือข่ายและรวบรวมพันธมิตร
เมื่อปลดล็อกแล้ว เกมจะแนะนำระบบพื้นฐาน ได้แก่
- การเข้าสู่ Build Mode
- การวางอาคาร
- การใช้ทรัพยากร
- การสร้าง Forge
- การจัดตำแหน่งสิ่งปลูกสร้าง
- การเพิ่มของตกแต่ง
หลังจากนั้น อาคารประเภทอื่นจะค่อย ๆ ปลดล็อกผ่านภารกิจ ความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง การรับสมัครพันธมิตร หรือระดับของ Hideout
ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างพร้อมกัน ควรเริ่มจากอาคารที่ให้โบนัสสำคัญก่อน แล้วจึงลงทุนกับของตกแต่งเมื่อทรัพยากรเริ่มเหลือ
Hideout มีผลต่อ Gameplay อย่างไร
Hideout มีผลกับระบบเกมหลายด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในฐาน
ผลประโยชน์สำคัญประกอบด้วย
ช่วยค้นหาเป้าหมายบนแผนที่
Study และระบบ Scouts ช่วยค้นหาตำแหน่งภารกิจ เป้าหมาย และทรัพยากรบนแผนที่โลก
ช่วยพัฒนาอุปกรณ์
Forge ช่วยอัปเกรดอาวุธและชุดเกราะให้ตามระดับตัวละคร รวมถึงปลดล็อกระบบ Engraving และการปรับรูปลักษณ์อุปกรณ์
ช่วยพัฒนา Allies
Dojo ช่วยเพิ่มระดับความสามารถของพันธมิตร ทำให้เรียกมาช่วยต่อสู้หรือสร้างจังหวะในการทำภารกิจได้ดีขึ้น
เพิ่มโบนัสถาวร
อาคารรองบางประเภทเพิ่มค่าประสบการณ์ เพิ่มประสิทธิภาพการฝึก หรือให้โบนัสต่อกิจกรรมบางอย่าง
ช่วยบริหารทรัพยากร
อาคารบางชนิดลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว หรือทำให้การเก็บทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รองรับการสร้าง Build
เมื่อ Forge ได้รับการพัฒนา ผู้เล่นสามารถเก็บอุปกรณ์ที่มี Perk ดีไว้ใช้งานระยะยาว โดยอัปเกรดระดับให้ทันตัวละครแทนการเปลี่ยนของใหม่ตลอดเวลา
วิธีเข้าสู่ Hideout
ผู้เล่นสามารถกลับ Hideout ผ่านแผนที่หรือจุด Fast Travel ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเลือกเดินทาง เกมจะโหลดเข้าสู่พื้นที่ฐานโดยตรง
หลังเดินทางมาถึง สามารถเดินสำรวจฐานแบบปกติหรือเปิด Build Mode เพื่อแก้ไขตำแหน่งสิ่งปลูกสร้าง
กิจกรรมที่ควรทำทุกครั้งเมื่อกลับฐาน ได้แก่
- ตรวจว่ามีอาคารใหม่ปลดล็อกหรือไม่
- ตรวจทรัพยากรที่ได้รับจาก Stockpile
- เติมหรือจัดการ Scouts
- อัปเกรดอุปกรณ์ที่ Forge
- ตรวจ Allies ที่รับสมัครใหม่
- อัปเกรดอาคารสำคัญ
- บันทึก Loadout
- ตรวจของตกแต่งใหม่
- วางสัตว์ที่ค้นพบ
- ตรวจภารกิจใหม่ภายในฐาน
ไม่จำเป็นต้องกลับ Hideout หลังจบทุกภารกิจ แต่ควรกลับเมื่ออุปกรณ์เริ่มมีระดับต่ำกว่าตัวละคร มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับอาคารใหม่ หรือรับสมัคร Ally คนใหม่ได้สำเร็จ
ทรัพยากรสำหรับสร้าง Hideout มีอะไรบ้าง
การสร้างและอัปเกรดอาคารต้องใช้ทรัพยากรหลักที่หาได้จากโลก Open World โดยมักประกอบด้วยวัสดุประเภทไม้ แร่ และพืชหรือผลผลิต
Ubisoft ระบุว่าผู้เล่นต้องรวบรวมทรัพยากรสามประเภทสำหรับการเพิ่มอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายใน Hideout โดยสามารถค้นหาได้จาก Stockpile ที่อยู่ในพื้นที่ศัตรูและกิจกรรมต่าง ๆ
แหล่งทรัพยากรที่สำคัญ ได้แก่
- Stockpile ในปราสาท
- ค่ายทหาร
- ฐานศัตรู
- โกดัง
- พื้นที่เก็บเสบียง
- รางวัลภารกิจ
- กิจกรรมสำรวจ
- การส่ง Scouts ไปรับทรัพยากร
- หีบภายในพื้นที่หวงห้าม
เมื่อพบ Stockpile ผู้เล่นมักต้องเข้าใกล้และทำเครื่องหมาย ไม่จำเป็นต้องแบกทรัพยากรกลับฐานด้วยตนเอง Scouts จะทำหน้าที่ขนส่งเมื่อระบบพร้อมใช้งาน
Stockpile คืออะไร
Stockpile คือกองทรัพยากรขนาดใหญ่ที่พบได้ในปราสาท ค่าย และพื้นที่ศัตรู เมื่อเข้าใกล้จะมีคำสั่งให้ทำเครื่องหมายเพื่อเตรียมขนส่งกลับ Hideout
ขั้นตอนทั่วไปคือ
- แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่
- ค้นหา Stockpile
- ทำเครื่องหมายทรัพยากร
- ใช้ Scout เพื่อจัดการขนส่ง
- รอการเปลี่ยนฤดูกาลหรือเงื่อนไขระบบ
- รับทรัพยากรเข้าสู่คลัง Hideout
การทำเครื่องหมาย Stockpile มีความสำคัญมาก เพราะการสร้างอาคารระดับสูงใช้ทรัพยากรจำนวนมาก หากเก็บเฉพาะรางวัลจากภารกิจ อาจไม่เพียงพอสำหรับพัฒนาฐานอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเข้าไปทำปราสาทจึงไม่ควรสนใจเฉพาะหีบหลักหรือ Samurai Daishō ควรใช้ Observe ตรวจหา Stockpile และทำเครื่องหมายก่อนออกจากพื้นที่
Scouts เกี่ยวข้องกับ Hideout อย่างไร
Scouts เป็นหน่วยสนับสนุนที่ใช้ค้นหาเป้าหมายบนแผนที่และจัดการทรัพยากร ผู้เล่นจะได้รับจำนวน Scout จำกัดในแต่ละช่วง จึงต้องเลือกใช้อย่างมีแผน
หน้าที่หลักของ Scouts ได้แก่
- ค้นหาเป้าหมายจากเบาะแส
- ลดพื้นที่ค้นหาบนแผนที่
- รับทรัพยากรจาก Stockpile
- สนับสนุนการสำรวจ
- ช่วยจัดการข้อมูลภารกิจ
- ลดเวลาที่ต้องเดินค้นหาด้วยตนเอง
เมื่อภารกิจให้เบาะแส เช่น เป้าหมายอยู่ทางตะวันออกของเมืองหนึ่ง ใกล้วัด หรืออยู่ในเขตใดเขตหนึ่ง ผู้เล่นสามารถเปิดแผนที่แล้วใช้ Scout ในพื้นที่ที่คาดไว้ หากเลือกถูกบริเวณ เกมจะทำให้เขตค้นหาแคบลงหรือระบุตำแหน่งได้ชัดเจนขึ้น
Scouts เป็นทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด หากใช้หมด ผู้เล่นอาจต้องรอการฟื้น รีเซ็ตตามฤดูกาล หรือใช้ระบบที่เกี่ยวข้องเพื่อเติมกลับมา
Study คืออาคารอะไร
Study เป็นหนึ่งในอาคารสำคัญที่สุดสำหรับผู้เล่นทุกสาย เพราะช่วยพัฒนาระบบ Scouts
เมื่ออัปเกรด Study ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์ เช่น
- เพิ่มจำนวน Scouts สูงสุด
- ทำให้การค้นหาบนแผนที่แม่นยำขึ้น
- ลดพื้นที่วงค้นหา
- ช่วยค้นหาเป้าหมายจากเบาะแสได้ง่าย
- ทำให้การจัดการ Stockpile คล่องตัวขึ้น
- ลดภาระในการสำรวจพื้นที่กว้าง
Ubisoft ระบุว่า Study ช่วยเพิ่มจำนวน Scout สูงสุด และทำให้พื้นที่ค้นหาที่ Scouts ระบุบน World Map มีขนาดแคบลง ส่งผลให้การติดตามเป้าหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Study เหมาะกับใคร
Study มีประโยชน์กับผู้เล่นทุกสไตล์ โดยเฉพาะ
- ผู้เล่นที่ไม่ต้องการเปิด Guided Exploration
- ผู้เล่นที่ทำ Objective Board จำนวนมาก
- ผู้เล่นที่ฟาร์ม Stockpile
- ผู้เล่นที่สำรวจหลายภูมิภาค
- ผู้เล่นที่ต้องการพัฒนา Hideout เร็ว
- ผู้เล่นที่ไม่ชอบเดินค้นหาเป้าหมายนาน
ควรอัป Study เร็วหรือไม่
ควรอัปในลำดับต้น ๆ เพราะ Scouts เชื่อมโยงทั้งภารกิจและทรัพยากร ยิ่งมี Scout มาก ผู้เล่นยิ่งจัดการภารกิจหลายอย่างพร้อมกันได้สะดวก
Forge คืออาคารอะไร
Forge หรือโรงตีเหล็กเป็นอาคารหลักสำหรับการจัดการอุปกรณ์ ผู้เล่นควรสร้างให้เร็ว เพราะช่วยให้สามารถรักษาอาวุธและเกราะที่มี Perk ดีไว้ใช้ได้นานขึ้น
หน้าที่ของ Forge ได้แก่
- อัปเกรดระดับอาวุธ
- อัปเกรดชุดเกราะ
- จัดการ Engraving
- ปลดล็อก Transmog
- สนับสนุนการสร้าง Build
- รักษา Legendary Gear ให้ทันระดับ
- เพิ่มความยืดหยุ่นของ Loadout
Ubisoft แนะนำให้ผู้เล่นอัปเกรดอุปกรณ์ผ่าน Forge อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อาวุธที่ชื่นชอบมีระดับใกล้เคียงกับตัวละคร นอกจากนี้ การสร้าง Forge ยังปลดล็อกระบบ Transmog ทำให้เปลี่ยนรูปลักษณ์อุปกรณ์จากหน้า Inventory ได้โดยไม่เสียเงินในเกม
การอัปเกรดอุปกรณ์ที่ Forge สำคัญอย่างไร
เมื่อระดับตัวละครเพิ่มขึ้น อาวุธเก่าอาจเริ่มสร้างความเสียหายได้น้อย แม้จะมี Perk ที่เหมาะกับ Build มากก็ตาม
Forge ช่วยแก้ปัญหานี้โดยให้ผู้เล่นเพิ่มระดับอุปกรณ์แทนการทิ้งของดีแล้วเปลี่ยนไปใช้ไอเทมที่มีโบนัสไม่ตรงสาย
ควรอัปเกรดเมื่อ
- อาวุธมี Legendary Perk ที่ดี
- Gear เป็นหัวใจของ Build
- ระดับต่ำกว่าตัวละครมาก
- ยังหาอุปกรณ์ทดแทนไม่ได้
- ใช้งานกับบอสหรือภารกิจยาก
- มีทรัพยากรเพียงพอ
- ตั้งใจใช้ระยะยาว
ไม่ควรอัปเกรดอุปกรณ์ทุกชิ้น เพราะจะสิ้นเปลืองเงินและวัตถุดิบ ควรเลือกเฉพาะอาวุธหลัก ชุดเกราะหลัก และ Legendary Gear ที่เข้ากับ Build
Engraving คืออะไร
Engraving คือการนำ Perk ที่ปลดล็อกแล้วไปเพิ่มบนอุปกรณ์ที่รองรับ ช่วยให้ผู้เล่นสร้าง Synergy ระหว่างอาวุธ ชุดเกราะ และ Trinket
ตัวอย่างเช่น Naoe สายลอบเร้นอาจใช้
- อาวุธเพิ่ม Assassination Damage
- เกราะเพิ่มความเสียหายขณะไม่ถูกพบ
- Trinket เพิ่ม Adrenaline จาก Assassination
- Engraving ฟื้นเครื่องมือหลังลอบสังหาร
ส่วน Yasuke สาย Parry อาจใช้
- Long Katana เพิ่ม Guard Damage
- เกราะลดความเสียหาย
- Trinket เพิ่ม Adrenaline จาก Parry
- Engraving เพิ่มความเสียหายหลังสวนกลับ
อุปกรณ์ระดับ Rare ขึ้นไปสามารถมีช่องสำหรับ Engraving ตามระบบ Progression ของเกม ขณะที่ Legendary Perk บางชนิดสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเล่นได้มากกว่าการเพิ่มตัวเลขธรรมดา
Transmog คืออะไร
Transmog คือระบบเปลี่ยนรูปลักษณ์อุปกรณ์โดยไม่เปลี่ยนค่าสถานะ ผู้เล่นสามารถใช้ค่าพลังและ Perk จากอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง แต่แสดงรูปลักษณ์ของไอเทมอีกชิ้นที่เคยค้นพบ
ระบบนี้เหมาะกับผู้เล่นที่
- ต้องการแต่ง Naoe หรือ Yasukeตามธีม
- ชอบรูปลักษณ์อุปกรณ์เก่า
- ไม่ต้องการเสีย Build เพื่อแฟชั่น
- ต้องการสร้างชุดซามูไรหรือชิโนบิแบบเฉพาะตัว
- ต้องการเปลี่ยนสีและรูปแบบให้เข้ากัน
หลังสร้าง Forge แล้วสามารถจัดการ Transmog จาก Inventory ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องเดินกลับไปคุยกับช่างตีเหล็กทุกครั้ง
Dojo คืออาคารอะไร
Dojo เป็นอาคารสำหรับจัดการและพัฒนา Allies หรือพันธมิตรที่เข้าร่วมกลุ่ม ผู้เล่นสามารถรับสมัครตัวละครบางคนจากภารกิจ แล้วเรียกใช้ความสามารถของพวกเขาในสนามได้
หน้าที่ของ Dojo ได้แก่
- ปลดล็อกระบบ Allies
- เพิ่มระดับความสามารถของ Allies
- เพิ่มประสิทธิภาพการเรียกใช้
- เปิดความสามารถใหม่
- ช่วยสร้างทางเลือกใน Combat
- สนับสนุน Stealth
- ช่วยจัดการศัตรูหลายคน
- สร้างจังหวะสู้บอส
Allies แต่ละคนมีบทบาทแตกต่างกัน เช่น
- สร้างความเสียหาย
- ดึงความสนใจศัตรู
- ทำให้ศัตรูเสียสมดุล
- สนับสนุนระยะไกล
- สร้างพื้นที่ปลอดภัย
- ช่วยควบคุมฝูงชน
- เปิดโอกาสให้ Naoe ถอนตัว
ควรอัปเกรด Dojo เมื่อใด
Dojo ควรอยู่ในลำดับกลางถึงต้น หากผู้เล่นรับสมัคร Ally ได้แล้วและใช้ระบบนี้เป็นประจำ
ควรรีบอัปเมื่อ
- เล่นระดับความยากสูง
- สู้บอสบ่อย
- ใช้ Naoe แล้วต้องการตัวช่วยเมื่อถูกพบ
- ใช้ Yasuke สู้ศัตรูหลายคน
- มี Ally ที่เข้ากับ Build
- ต้องการเปิดความสามารถขั้นสูงของพันธมิตร
หากยังไม่มี Ally หลายคนหรือไม่ค่อยเรียกใช้ สามารถเลื่อนการอัป Dojo ไปก่อน แล้วลงทุนกับ Study หรือ Forge ซึ่งให้ผลกับการเล่นตลอดเวลามากกว่า
Kakurega คืออะไร
Kakurega เป็นอาคารหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนภายในโลก ช่วยให้ผู้เล่นเข้าถึงบริการและการจัดการบางอย่างได้สะดวกขึ้น
ประโยชน์อาจเกี่ยวข้องกับ
- การเติม Scouts
- การเข้าถึง Contract
- การจัดการข้อมูล
- จุดสนับสนุนตามภูมิภาค
- การเดินทางและทำภารกิจ
- การใช้เครือข่ายของกลุ่ม
สำหรับผู้เล่นที่ใช้ Scouts บ่อย Kakurega มีคุณค่าเพราะช่วยให้ระบบสำรวจและค้นหาเป้าหมายทำงานต่อเนื่อง ไม่ต้องรอการฟื้นตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว
Tera คืออาคารอะไร
Tera เป็นอาคารรองที่มอบโบนัสแบบ Passive โดย Ubisoft ยกตัวอย่างว่าอาคารนี้สามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ที่ได้รับประมาณ 10% ในระดับพื้นฐาน ทำให้เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการเพิ่มเลเวลเร็วขึ้น
ประโยชน์ของ Tera คือทำงานอยู่เบื้องหลัง ผู้เล่นไม่ต้องกดใช้งานทุกครั้ง เพียงสร้างและอัปเกรดก็จะได้รับโบนัสตามเงื่อนไข
เหมาะกับ
- ผู้เล่นช่วงต้นและกลางเกม
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มเลเวลเร็ว
- ผู้ที่ทำภารกิจรองจำนวนมาก
- ผู้เล่นที่ต้องการสะสม Mastery Point
- ผู้ที่วางแผนเล่น New Game+
แม้โบนัสอาจดูไม่สูงมากในระยะสั้น แต่เมื่อสะสมตลอดหลายสิบชั่วโมงจะช่วยลดเวลาการฟาร์มได้อย่างชัดเจน
อาคารรองมีประโยชน์หรือไม่
อาคารรองและ Pavilion บางประเภทให้ Passive Bonus ที่แตกต่างกัน เช่น โบนัสประสบการณ์ ทรัพยากร การฝึก หรือระบบสนับสนุนอื่น
อาคารเหล่านี้อาจไม่สำคัญเท่า Study, Forge และ Dojo ในช่วงแรก แต่มีประโยชน์มากเมื่อผู้เล่นเริ่มสร้างฐานเฉพาะทาง
ตัวอย่างแนวทางเลือก ได้แก่
ต้องการเพิ่มเลเวลเร็ว
เน้นอาคารที่เพิ่ม EXP หรือ Knowledge
ต้องการสร้าง Build
อัป Forge และอาคารที่เกี่ยวกับอุปกรณ์
ต้องการสำรวจ
อัป Study และระบบ Scouts
ต้องการใช้ Allies
อัป Dojo และอาคารสนับสนุนพันธมิตร
ต้องการตกแต่ง
สร้าง Pavilion ทางเดิน สวน และสิ่งประดับหลังระบบหลักพร้อมแล้ว
ระดับ Hideout เพิ่มอย่างไร
การสร้างและอัปเกรดอาคารจะเพิ่มความก้าวหน้าของ Hideout เมื่อฐานมีระดับสูงขึ้น ผู้เล่นจะปลดล็อก
- อาคารใหม่
- ระดับอัปเกรดที่สูงขึ้น
- ของตกแต่งเพิ่มเติม
- พื้นที่หรือความสามารถใหม่
- โบนัสที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
- ตัวเลือกจัดวางที่หลากหลาย
- ระบบสนับสนุนเพิ่มเติม
ไม่ควรสร้างของตกแต่งราคาสูงจำนวนมากตั้งแต่ต้น หากยังไม่ได้สร้างอาคาร Gameplay สำคัญ เพราะอาจทำให้ทรัพยากรไม่พอสำหรับ Study หรือ Forge ระดับถัดไป
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเพิ่มระดับ Hideout และมีทรัพยากรเหลือ การสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กก็สามารถช่วยเพิ่มความคืบหน้าได้
Title Update เพิ่มระดับอาคารอย่างไร
ระบบ Hideout ได้รับการขยายหลังเกมวางจำหน่าย โดย Title Update 1.1.1 เพิ่มระดับอัปเกรดอีกสองระดับให้กับอาคารเฉพาะแต่ละชนิด รวมเป็น Enhancement ใหม่หลายรายการ พร้อมของตกแต่งและตัวเลือกเพิ่มเติม
จุดนี้หมายความว่า Hideout ไม่ได้จบเพียงเมื่อสร้างอาคารครบ ผู้เล่นช่วง Endgame ยังสามารถลงทุนทรัพยากรเพื่อเพิ่มโบนัสของอาคารเดิมต่อไปได้
ผู้เล่นที่กลับมาเล่นหลังอัปเดตควรตรวจทุกอาคารอีกครั้ง เพราะอาคารที่เคยอัปเต็มในเวอร์ชันแรกอาจมีระดับใหม่ให้พัฒนาต่อ
Build Mode ใช้งานอย่างไร
Build Mode คือหน้าจอสำหรับวางและแก้ไขฐาน เมื่อเปิดระบบ ผู้เล่นสามารถเลือกหมวดสิ่งปลูกสร้าง แล้วนำไปวางในพื้นที่ที่กำหนด
สิ่งที่สามารถจัดการได้ ได้แก่
- อาคารหลัก
- Pavilion
- ทางเดิน
- รั้ว
- ประตู
- ต้นไม้
- ดอกไม้
- แหล่งน้ำ
- โคมไฟ
- รูปปั้น
- ของตกแต่ง
- สัตว์
- พื้นผิวหรือธีมบางประเภท
ขั้นตอนทั่วไปคือ
- เปิด Build Mode
- เลือกหมวดอาคารหรือของตกแต่ง
- เลือกสิ่งที่ต้องการสร้าง
- ตรวจต้นทุนทรัพยากร
- หมุนตำแหน่ง
- เลือกพื้นที่วาง
- ยืนยันการสร้าง
- กลับมาแก้ไขหรือย้ายภายหลังได้
ระบบมีความยืดหยุ่นสูง ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องวางอาคารตามแบบที่เกมกำหนด สามารถสร้างฐานที่เน้นความเป็นระเบียบ หรือออกแบบเป็นหมู่บ้านธรรมชาติได้
ตำแหน่งอาคารมีผลต่อโบนัสหรือไม่
โดยทั่วไป โบนัสหลักมาจากการสร้างและระดับของอาคารมากกว่าตำแหน่งที่วาง ผู้เล่นจึงสามารถออกแบบฐานตามความชอบได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียค่าพลังเพราะวาง Forge ไกลจาก Dojo
อย่างไรก็ตาม การวางตำแหน่งมีผลต่อความสะดวกในการใช้งาน
ควรนำอาคารที่ใช้บ่อยไว้ใกล้จุดเกิดหรือทางเข้าฐาน เช่น
- Forge
- Study
- Dojo
- อาคารจัดการ Contract
- จุดที่เกี่ยวข้องกับ Scouts
- NPC สำคัญ
ส่วนอาคารตกแต่ง สวน และพื้นที่สัตว์สามารถวางด้านในหรือรอบนอกได้
การจัดฐานที่ดีช่วยลดเวลาวิ่งระหว่างอาคาร แม้ไม่ได้เพิ่มโบนัสโดยตรง
วิธีตกแต่ง Hideout
ระบบตกแต่งช่วยให้ผู้เล่นสร้างฐานในรูปแบบเฉพาะตัว ของตกแต่งบางส่วนได้จาก
- การสำรวจ
- ภารกิจ
- การวาดภาพสัตว์
- หีบสมบัติ
- รางวัลกิจกรรม
- เนื้อหาเสริม
- ร้านค้าภายในเกม
- อัปเดตฟรี
- ความคืบหน้า Hideout
สามารถออกแบบฐานได้หลายธีม เช่น
- หมู่บ้านชิโนบิ
- ค่ายซามูไร
- สวนญี่ปุ่น
- วัดสงบ
- ฐานทหาร
- พื้นที่ธรรมชาติ
- หมู่บ้านสัตว์
- ฐานมินิมอล
- ศูนย์ฝึกขนาดใหญ่
ของตกแต่งไม่มีความจำเป็นต่อการผ่านเนื้อเรื่อง แต่ช่วยให้ Hideout มีเอกลักษณ์และสะท้อนความก้าวหน้าของผู้เล่น
สัตว์ใน Hideout ได้มาอย่างไร
ระหว่างสำรวจโลก ผู้เล่นสามารถพบกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์ เช่น การสังเกตหรือวาดภาพ เมื่อทำสำเร็จ อาจปลดล็อกสัตว์ชนิดนั้นเป็นของตกแต่งสำหรับ Hideout
สัตว์ที่นำมาวางจะช่วยทำให้ฐานมีชีวิตมากขึ้น เช่น
- สุนัข
- แมว
- กวาง
- นก
- สัตว์จากแต่ละภูมิภาค
โดยทั่วไปสัตว์เหล่านี้เน้นความสวยงามและบรรยากาศมากกว่าการให้โบนัส Combat แต่เป็นรางวัลที่เหมาะกับผู้เล่นสายสำรวจและสะสม
Hideout เกี่ยวข้องกับภารกิจหรือไม่
ภารกิจบางส่วนเริ่มต้นหรือดำเนินต่อภายใน Hideout โดยเฉพาะภารกิจเกี่ยวกับ
- สมาชิกกลุ่ม
- Allies
- ช่างตีเหล็ก
- การปลดล็อกระบบใหม่
- ตัวละครสำคัญ
- เนื้อหาเสริม
- ภารกิจหลังอัปเดต
ตัวอย่างจากอัปเดตของ Ubisoft ระบุว่าภารกิจบางสายจะเริ่มใน Hideout หลังผู้เล่นทำเงื่อนไข เช่น ปลดล็อก Yasuke และผ่านภารกิจที่กำหนด
ดังนั้น เมื่อมีภารกิจใหม่หรือปลดล็อกตัวละครสำคัญ ควรกลับมาตรวจภายในฐาน เพราะ NPC อาจมีบทสนทนาหรือภารกิจใหม่ให้ทำ
Hideout เกี่ยวข้องกับ Animus อย่างไร
หลังการอัปเดต 1.1.8 มีการเพิ่มจุดเข้าสู่ Animus Menu บริเวณทางเข้า Hideout ผ่าน Animus Glitch ทำให้ผู้เล่นเข้าถึง Projects, Exchange และ Vault ได้รวดเร็วขึ้นจากภายในฐาน
ระบบดังกล่าวทำให้ Hideout มีบทบาทเป็น Hub มากขึ้น ไม่ได้เชื่อมเฉพาะระบบภายในเนื้อเรื่องญี่ปุ่น แต่ยังเป็นทางเข้าสู่ฟีเจอร์ของ Animus Hub
ผู้เล่นที่ใช้ Projects หรือ Exchange เป็นประจำจึงสามารถจัดกิจกรรมหลายอย่างจากพื้นที่เดียวได้สะดวกขึ้น
Hideout ส่งต่อไป New Game+ หรือไม่
เมื่อเริ่ม New Game+ หลังผ่านเนื้อเรื่องหลัก ความก้าวหน้าของ Hideout สามารถติดตามไปยังรอบใหม่พร้อมกับทักษะ Gear และ Allies ที่สะสมไว้
Ubisoft ระบุว่า New Game+ ให้ผู้เล่นเก็บ Hideout Progression จากรอบเดิม ไม่ต้องเริ่มสร้างฐานใหม่ทั้งหมด
สิ่งนี้ทำให้การลงทุนอัปเกรดฐานในรอบแรกยังมีคุณค่าในระยะยาว โดยเฉพาะอาคารระดับสูงและโบนัส Passive ที่ใช้ได้ทันทีในรอบใหม่
ควรอัปเกรดอาคารใดก่อน
ลำดับที่เหมาะกับผู้เล่นส่วนใหญ่คือ
Forge
ควรสร้างเร็วที่สุด เพื่ออัปเกรดอุปกรณ์ ปลดล็อก Engraving และใช้ Transmog
Study
ช่วยเพิ่ม Scouts และทำให้ค้นหาเป้าหมายง่ายขึ้น มีประโยชน์กับทั้งภารกิจและการเก็บทรัพยากร
Dojo
อัปเมื่อเริ่มมี Allies และต้องการใช้ตัวช่วยในการต่อสู้
Kakurega หรืออาคารสนับสนุน Scouts
เหมาะกับผู้เล่นที่ใช้หน่วยค้นหาและ Stockpile บ่อย
Tera และอาคาร Passive
สร้างเมื่อระบบหลักพร้อม เพื่อเพิ่ม EXP และโบนัสสะสมระยะยาว
ของตกแต่ง
ลงทุนหลังมีทรัพยากรเหลือ หรือเมื่อจำเป็นต้องเพิ่มระดับ Hideout
ผู้เล่นที่เน้น Stealth อาจให้ Study สำคัญมากกว่า Dojo ส่วนผู้เล่นสาย Combat และบอสอาจอัป Dojo เร็วขึ้น
ระหว่างพัฒนาฐาน ผู้เล่นสามารถติดตามแนวทางเกมและเทคนิคจัดลำดับทรัพยากรเพิ่มเติมผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อศึกษาระบบต่าง ๆ ให้ใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น
ลำดับอัปเกรดสำหรับผู้เล่นสายลอบเร้น
Naoe สายลอบเร้นควรจัดลำดับดังนี้
- Forge
- Study
- อาคารเพิ่มหรือฟื้น Scouts
- Dojo
- อาคารเพิ่ม EXP
- อาคาร Passive อื่น
- ของตกแต่ง
เหตุผลคือสายลอบเร้นต้องพึ่งข้อมูลตำแหน่งเป้าหมาย เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มี Assassination Perk การมี Scouts มากและ Forge พร้อมใช้งานจึงส่งผลโดยตรงกับภารกิจ
ลำดับอัปเกรดสำหรับผู้เล่นสายบู๊
Yasuke สาย Combat ควรพิจารณา
- Forge
- Dojo
- Study
- อาคารเพิ่ม EXP
- อาคารสนับสนุนทรัพยากร
- อาคาร Passive ด้าน Combat
- ของตกแต่ง
Forge ช่วยรักษาอาวุธหนักและเกราะให้ตามระดับ ส่วน Dojo ทำให้ Allies ช่วยเบี่ยงความสนใจ ทำลาย Guard หรือควบคุมลูกน้องระหว่างสู้บอสได้ดีขึ้น
ลำดับอัปเกรดสำหรับสายสำรวจ
ผู้เล่นที่ชอบเปิดแผนที่และทำภารกิจจำนวนมากควรเน้น
- Study
- อาคาร Scouts
- Forge
- อาคารเพิ่ม EXP
- Dojo
- อาคาร Passive
- ของตกแต่ง
Study ช่วยลดเวลาค้นหาเป้าหมาย ขณะที่ Scouts ช่วยรับทรัพยากรจาก Stockpile เพื่อให้สร้างอาคารต่อเนื่องได้
วิธีหา Hideout Resources ให้เร็ว
ทำปราสาททุกแห่ง
ปราสาทมักมี Stockpile และทรัพยากรจำนวนมาก ควรใช้ Observe ตรวจทุกจุดก่อนออก
สำรวจค่ายขนาดใหญ่
ค่ายและโกดังอาจมี Stockpile ที่ทำเครื่องหมายได้โดยไม่ต้องกำจัดศัตรูทั้งหมด
เก็บ Scouts ไว้รับทรัพยากร
อย่าใช้ Scout ทั้งหมดกับการค้นหาเป้าหมาย หากกำลังวางแผนอัปเกรดฐาน ควรเหลือไว้สำหรับ Stockpile
เปลี่ยนฤดูกาลอย่างมีแผน
การจัดส่งและการฟื้นระบบบางประเภทเชื่อมโยงกับฤดูกาล ควรตรวจ Stockpile ที่ทำเครื่องหมายไว้ก่อนเร่งเปลี่ยนเวลา
ทำภารกิจรอง
ภารกิจบางอย่างให้ทรัพยากรและเปิดอาคารหรือพันธมิตรใหม่
ปลดล็อก Fast Travel
ช่วยให้เดินทางระหว่างค่าย ปราสาท และ Hideout ได้เร็วขึ้น
เทคนิคบริหาร Scouts ไม่ให้หมดเร็ว
Scouts มีจำนวนจำกัด จึงไม่ควรใช้ทุกครั้งที่เห็นพื้นที่ค้นหาขนาดใหญ่
แนวทางประหยัด Scout คือ
- อ่านเบาะแสให้ครบก่อน
- ใช้ข้อมูลชื่อภูมิภาค
- ตรวจ Landmark ใกล้เคียง
- ใช้ Viewpoint เปิดแผนที่
- เดินสำรวจด้วยตนเองเมื่อวงค้นหาเล็ก
- ใช้ Scouts เมื่อพื้นที่กว้างจริง
- เหลืออย่างน้อยหนึ่งหน่วยสำหรับ Stockpile
- อัป Study เพิ่มจำนวนสูงสุด
- ใช้ Kakurega หรือระบบเติม Scout เมื่อจำเป็น
ตัวอย่างเช่น หากเบาะแสบอกว่าเป้าหมายอยู่ทางใต้ของเมืองและใกล้วัด ผู้เล่นควรหาวัดก่อนแล้วค่อยใช้ Scout บริเวณนั้น ไม่ควรวาง Scout ครอบคลุมทั้งจังหวัด
ควรสร้างของตกแต่งเร็วหรือไม่
ในช่วงต้นไม่ควรใช้ทรัพยากรจำนวนมากกับการตกแต่ง หากยังไม่ได้สร้าง Study, Forge และอาคาร Gameplay สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ของตกแต่งสามารถสร้างได้เมื่อ
- มีทรัพยากรเหลือ
- ต้องการเพิ่มระดับ Hideout
- อาคารสำคัญสร้างครบแล้ว
- ต้องการจัดพื้นที่ให้เดินง่าย
- สนุกกับระบบออกแบบฐาน
- ต้องการวางสัตว์หรือของสะสม
ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องทำให้ฐานมีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป หากชอบตกแต่งก็สามารถใช้ Hideout เป็นกิจกรรมหลักได้ เพราะระบบนี้ถูกออกแบบให้มีอิสระสูงและรองรับการปรับแต่งจำนวนมาก
ตารางสรุปอาคารสำคัญใน Hideout
| อาคารหรือระบบ | หน้าที่หลัก | เหมาะกับผู้เล่น |
|---|---|---|
| Forge | อัปเกรด Gear, Engraving และ Transmog | ทุกสาย |
| Study | เพิ่ม Scouts และลดพื้นที่ค้นหา | สายสำรวจและ Stealth |
| Dojo | พัฒนา Allies | สาย Combat และบอส |
| Kakurega | สนับสนุน Scouts และ Contract | ผู้เล่นที่ทำภารกิจมาก |
| Tera | เพิ่มโบนัส EXP | ผู้เล่นช่วงต้นและกลาง |
| Pavilion | โบนัสหรือการตกแต่ง | ทุกสายตามประเภท |
| Build Mode | วางอาคารและตกแต่ง | สายสร้างฐาน |
| Stockpile | แหล่งทรัพยากรสำหรับฐาน | ทุกสาย |
| Animus Entry | เข้าถึง Projects, Exchange และ Vault | ผู้เล่นหลังอัปเดต |
ตารางจัดลำดับอัปเกรด
| ลำดับ | อาคาร | เหตุผล |
|---|---|---|
| 1 | Forge | ทำให้อุปกรณ์และ Build แข็งแรง |
| 2 | Study | เพิ่มประสิทธิภาพ Scouts |
| 3 | Dojo | ทำให้ Allies ใช้งานได้ดีขึ้น |
| 4 | Kakurega | ช่วยภารกิจและการจัดการ Scouts |
| 5 | Tera | เพิ่ม EXP ระยะยาว |
| 6 | อาคาร Passive | เสริมโบนัสเฉพาะทาง |
| 7 | ของตกแต่ง | เพิ่มความสวยงามและระดับฐาน |
ลำดับนี้ปรับได้ตามสไตล์ ผู้เล่นที่ไม่ใช้ Allies สามารถเลื่อน Dojo ลง ส่วนผู้เล่นที่ไม่ใช้ Scouts อาจเน้น Forge และอาคาร Combat ก่อน
ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมักทำกับ Hideout
ใช้ทรัพยากรกับของตกแต่งทั้งหมด
ทำให้ไม่มีวัสดุเหลือสำหรับ Forge และ Study
ไม่ทำเครื่องหมาย Stockpile
พลาดแหล่งทรัพยากรจำนวนมากระหว่างทำปราสาท
ใช้ Scouts หมดกับภารกิจเดียว
ไม่มีหน่วยเหลือสำหรับเก็บทรัพยากรหรือค้นหาเป้าหมายอื่น
ไม่อัป Forge
ทำให้อาวุธ Legendary ที่มี Perk ดีมีระดับต่ำเกินไป
เปลี่ยนอุปกรณ์แทนการอัปเกรด
เสีย Synergy ของ Build เพราะเลือกของใหม่จากตัวเลขอย่างเดียว
ไม่กลับฐานหลังรับสมัคร Ally
พลาดโอกาสอัปเกรด Dojo และความสามารถของพันธมิตร
สร้างอาคารแบบไม่ดูโบนัส
เสียทรัพยากรกับสิ่งที่ไม่เข้ากับสไตล์การเล่น
วางอาคารสำคัญไกลเกินไป
ต้องเสียเวลาวิ่งภายในฐานทุกครั้ง
ไม่ตรวจอาคารหลังอัปเดต
อาจมีระดับใหม่หรือโบนัสใหม่ที่ยังไม่ได้พัฒนา
ไม่ใช้ Loadout และ Engraving
ทำให้ Forge ถูกใช้เพียงอัปตัวเลข แต่ไม่ได้สร้าง Build ที่มี Synergy
Checklist เมื่อกลับ Hideout
ทุกครั้งที่กลับฐานควรตรวจว่า
- Scouts เหลือกี่คน
- มี Stockpile รอจัดส่งหรือไม่
- ทรัพยากรพออัปอาคารหรือยัง
- Forge มีระดับพออัป Gear หรือไม่
- อาวุธหลักต่ำกว่าระดับตัวละครหรือไม่
- มี Perk ใหม่สำหรับ Engraving หรือไม่
- มี Ally ใหม่หรือไม่
- Dojo อัปเกรดได้หรือยัง
- มีภารกิจใหม่ในฐานหรือไม่
- มีของตกแต่งหรือสัตว์ใหม่หรือไม่
- อาคารเดิมมีระดับใหม่หรือไม่
- Loadout ต้องปรับตามภารกิจถัดไปหรือไม่
การตรวจรายการเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยป้องกันไม่ให้ทรัพยากรและระบบสำคัญถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน
สูตรบริหาร Hideout แบบง่าย
สามารถใช้สูตร “สำรวจ–ทำเครื่องหมาย–ขนส่ง–สร้าง–อัปเกรด”
สำรวจ
ค้นหาปราสาท ค่าย และ Stockpile ในแต่ละภูมิภาค
ทำเครื่องหมาย
เข้าใกล้ทรัพยากรแล้วกำหนดให้ Scouts จัดการ
ขนส่ง
บริหารจำนวน Scout และรอรับวัสดุเข้าสู่ฐาน
สร้าง
สร้าง Forge, Study, Dojo และอาคารที่ตรงกับสไตล์
อัปเกรด
เพิ่มระดับอาคารเพื่อรับโบนัสที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
เมื่อทำวงจรนี้ต่อเนื่อง Hideout จะพัฒนาไปพร้อมกับตัวละครโดยไม่ต้องหยุดฟาร์มเป็นเวลานาน
Hideout จำเป็นต้องอัปเต็มหรือไม่
ผู้เล่นสามารถผ่านเนื้อเรื่องได้โดยไม่ต้องอัปทุกอาคารจนเต็ม แต่การละเลยฐานทั้งหมดจะทำให้เสียประโยชน์หลายด้าน เช่น
- Scouts มีจำนวนน้อย
- ค้นหาเป้าหมายยาก
- Gear ตามระดับไม่ทัน
- ใช้ Engraving ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- Allies อ่อนแอ
- พลาดโบนัส EXP
- สร้าง Build ได้ไม่สมบูรณ์
- Endgame ยากขึ้น
จึงไม่จำเป็นต้องอัปทุกอย่างทันที แต่ควรพัฒนาอาคารหลักให้สอดคล้องกับความคืบหน้าของเกม
Hideout เหมาะกับผู้เล่นแบบใด
ผู้เล่นสายเนื้อเรื่อง
ใช้เป็นศูนย์รวมตัวละคร ภารกิจ และระบบสำคัญ ไม่ต้องตกแต่งมากก็ได้
ผู้เล่นสาย Stealth
เน้น Study, Scouts และ Forge เพื่อค้นหาเป้าหมายกับเพิ่ม Assassination Build
ผู้เล่นสาย Combat
เน้น Forge และ Dojo เพื่อเพิ่มอุปกรณ์กับ Allies
ผู้เล่นสายสำรวจ
ใช้ Scouts, Study และ Stockpile เพื่อเปิดโลกและเก็บทรัพยากร
ผู้เล่นสายสะสม
ตามหาสัตว์ ของตกแต่ง อาคาร และ Cosmetic ทุกชนิด
ผู้เล่นสายออกแบบ
สามารถใช้เวลาสร้างหมู่บ้าน สวน และฐานในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน
บทสรุป
ระบบฐานปฏิบัติการ Hideout ใน Assassin’s Creed Shadows เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงการสำรวจ ทรัพยากร อุปกรณ์ Allies และการสร้าง Build เข้าด้วยกัน ผู้เล่นสามารถสร้างและอัปเกรดอาคาร จัดวางสิ่งปลูกสร้าง ตกแต่งพื้นที่ และรับโบนัสที่ส่งผลต่อการเล่นทั่วโลก Open World
อาคารที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นคือ Forge เพราะช่วยอัปเกรด Gear ปลดล็อก Engraving และ Transmog ทำให้สามารถเก็บอาวุธที่มี Perk ดีไว้ใช้ต่อได้ ส่วน Study ช่วยเพิ่มจำนวน Scouts และลดพื้นที่ค้นหาเป้าหมายบนแผนที่ จึงมีประโยชน์มากกับการทำ Objective Board และการเก็บ Stockpile
Dojo เหมาะกับผู้เล่นที่ใช้ Allies ใน Combat หรือการต่อสู้กับบอส ขณะที่ Tera และอาคารรองให้โบนัส Passive เช่น การเพิ่ม EXP ซึ่งสะสมผลประโยชน์ตลอดการเล่น อาคารแต่ละประเภทจึงควรถูกเลือกตามสไตล์ ไม่จำเป็นต้องอัปทุกอย่างพร้อมกัน
ทรัพยากรสำหรับ Hideout มาจาก Stockpile ตามปราสาท ค่าย และพื้นที่ศัตรู ผู้เล่นควรใช้ Observe ค้นหากองทรัพยากร ทำเครื่องหมาย และบริหาร Scouts ให้เหลือเพียงพอสำหรับการขนส่ง ไม่ควรใช้ Scouts หมดกับการค้นหาเป้าหมายโดยไม่วางแผน
Build Mode ให้อิสระในการจัดวางอาคาร ทางเดิน สวน สัตว์ และของตกแต่ง ตำแหน่งส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนโบนัสโดยตรง แต่ควรวาง Forge, Study และ Dojo ใกล้ทางเข้าเพื่อความสะดวก ของตกแต่งควรลงทุนเมื่ออาคาร Gameplay สำคัญพร้อมแล้ว หรือเมื่อมีทรัพยากรเหลือ
หลังอัปเดต ระบบ Hideout ยังมีระดับอาคารเพิ่มเติม จุดเข้า Animus Menu และรองรับ Progression ที่ต่อเนื่องไปยัง New Game+ จึงเป็นระบบที่มีคุณค่าตั้งแต่ต้นเกมถึง Endgame ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
แนวทางที่คุ้มค่าที่สุดคือสร้าง Forge ก่อน ตามด้วย Study และ Dojo จากนั้นจึงเพิ่มอาคาร Passive กับของตกแต่งตามความต้องการ เมื่อใช้วงจรสำรวจ ทำเครื่องหมาย Stockpile ขนส่งทรัพยากร สร้าง และอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง ฐานจะเติบโตโดยไม่จำเป็นต้องหยุดฟาร์มหนัก
ท้ายที่สุด Hideout ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดความยากของเกม เพิ่มประสิทธิภาพ Build ทำให้ค้นหาเป้าหมายเร็วขึ้น และเปิดทางเลือกใหม่ในการทำภารกิจ ผู้เล่นที่วางแผนพัฒนาฐานอย่างเหมาะสมจะสามารถใช้ Naoe, Yasuke, Scouts และ Allies ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น
ผู้ที่ต้องการติดตามบทความ Assassin’s Creed Shadows เทคนิคพัฒนา Hideout และแนวทางบริหารทรัพยากรเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่ออ่านบทความเกมและเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง